Nissan Motor ฝากความหวังกับ Nissan Leaf รถไฟฟ้า 100% เป็นอย่างมาก โดยคาดหวังว่ารถจะนำพาแบรนด์
Nissan ให้อยู่ในกลุ่มแบรนด์รถยนต์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเหมือนกับ Toyota ให้จงได้ Nissan ก็อุตส่าห์ทุ่มทุนลงทุนพัฒนา
รถไฟฟ้าและเจรจากับรัฐบาลในประเทศใหญ่ ๆ กันเสียดิบดี แต่พอขายกันจริง ๆ จัง ๆ ก็ไม่ได้ยอดขายมากมายตามที่คิด
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะข้อจำกัดด้านระยะทางวิ่งและราคาจำหน่าย

แต่ Nissan ก็ไม่ยอมแพ้ยังเดินหน้ากันต่อไปด้วยการเปิดตัว Nissan Leaf รุ่นปรับปรุงใหม่ประจำปี 2013 เป็นครั้งแรกใน
ประเทศญี่ปุ่น

alt

Nissan Leaf มีการส่งมอบให้ลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 43,000 คันนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2010 ลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่ก็มี
แนวคิดต้องการให้สังคมปัจจุบันเป็นสังคมปลอดมลพิษแบบยั่งยืน

Nissan Leaf รุ่นปรับปรุงใหม่ก็มีการปรับปรุงตัวรถทั้งหมดให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายจุด อาทิ การนำเสนอสมรรถนะอันยอด
เยี่ยม, ความรู้สึกในการขับขี่ที่รวดเร็ว ทันใจ, สามารถขับขี่ความเร็วสูงโดยไร้เสียงรบกวนใด ๆ ราวกับรถระดับหรูและมีการ
บังคับควบคุมที่ให้ความรู้สึกมั่นคงมากขึ้น

นอกจากนี้ Nissan ยังเสนอเกรด S เกรดใหม่ล่าสุดที่มีราคาถูกกว่าเกรด G และ X โดยที่ตัวรถมีสมรรถนะเทียบเท่ากับรุ่น
เกรดสูงกว่า

จุดที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ได้แก่
-เบาะหนังแท้
-ระบบเครื่องเสียง BOSE® Energy Efficient Series
-กล้องส่องรอบคันพร้อมระบบช่วยจอด
-มีระยะทางวิ่งสูงสุด 228 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (วัดในโหมด JC08)
-เพิ่มประสิทธิภาพระบบเก็บพลังงานจลน์จากการเบรค
-ระบบฮีตเตอร์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้ Nissan ยังได้ปรับปรุงรายละเอียดในแต่ละรุ่นย่อยให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ได้แก่
ลายล้ออัลลอยเกรด G เป็นแบบสปอร์ตขนาด 17 นิ้ว นอกนั้นเป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบล้อ (ส่วนล้ออัลลอยลายเดิมจะ
เป็นออพชั่นเสริมสำหรับเกรด S), ไฟตัดหมอกหน้า/ไฟหน้า LED เต็มรูปแบบที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติสำหรับเกรด G
(เกรดอื่นจะเลือกติดตั้งเป็นออพชั่นเสริมได้), มีสีให้เลือกถึง 7 สีโดยเพิ่ม 3 สีใหม่คือ เทาเข้ม, ขาวมุกและขาว

ส่วนภายในก็ตกแต่งเปลี่ยนเป็นสีดำ, ติดตั้งหมอนหนุนศีรษะแบบ pop-up ตรงกลางเบาะหลัง, เพิ่มเนื้อที่ห้องสัมภาระ
จาก 350 ลิตรเป็น 370 ลิตร

รายละเอียดทางเทคนิคก็มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก อาทิ มอเตอร์ไฟฟ้า, อินเตอร์เวอร์, DC/AC คอนเวอร์เตอร์ ถูกจับ
รวมเป็นชุดเดียวกันทำให้ชุดอุปกรณ์กล่าวมีการใช้เนื้อที่น้อยลง 30%, การตอบสนองและอัตราเร่งทันอกทันใจมากขึ้น,
น้ำหนักตัวรถก็ลดลงถึง 80 กิโลกรัมเพราะมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนบางชิ้นให้มีน้ำหนักเบาลง, ปรับปรุงการบังคับควบคุมด้วย
พวงมาลัยให้ตอบสนองต่อการขับขี่ด้วยความเร็วปานกลางขึ้นไปรวมทั้งปรับปรุงช่วงล่างให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวที่ลดลง
ไป

เคล็ดลับที่ทำให้ Nissan Leaf มีระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น ก็เพราะ Nissan ลดการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ฮีตเตอร์ที่อยู่ภายใน
ห้องโดยสารทั้งหลายและได้ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบเก็บพลังงานจลน์จากการเบรคให้ดีขึ้น

ระบบการชาร์จไฟก็จะเข้าสู่โหมด Long Life ทุกครั้งเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่และปรับปรุงระบบอำนวยความสะดวกต่อการ
ชาร์จ

ตัวรถถือว่าปรับปรุงเยอะกว่าที่คาด แต่จะประสบความสำเร็จไหม คงต้องติดตามดูครับ