หลังจากผ่านเข้ามืออยู่ในมือของ Zhejiang Geely Holding Group เมื่อปี 2010 ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ
Volvo เริ่มคลี่คลายและดีขึ้น จนทำให้ Li Shufu เจ้าของร่วมและประธานบริษัท ได้กล่าวออกสื่อว่ามีความมั่นใจ
มากขึ้น และขอตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ Volvo ให้แตะ 1 ล้านคัน/ปี ในอนาคต

alt

Shufu ได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถื่นของสวีเดนฉบับหนึ่งว่า หลังจากบริษัทของเขาได้เข้าซื้อ Volvo จาก Ford
เมื่อปี 2010 จนมาถึงปัจจุบันนั้น เขามีความมั่นใจในตัวแบรนด์ Volvo มากขึ้น จนเขาเชื่อว่า Volvo จะสามารถ
จำหน่ายรถยนต์ของตนได้ถึง 800,000 คัน/ปี ภายในปี 2020 (ในปีที่ผ่านมา Volvo ขายรถยนต์ได้ประมาณ
4 แสนคัน/ปี)

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ Shufu มีความมั่นใจ คือตลาดรถยนต์ในประเทศจีนที่กำลังโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และรถยนต์ Volvo น่าจะตอบโจทย์ลูกค้าชาวจีนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในอนาคตระยะยาวนั้น Shufu
ยังหวังให้ Volvo สามารถขายรถยนต์ได้แตะ 1 ล้านคัน/ปี

ปัจจุบัน ถือว่า Volvo กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงทั้งยุทธศาสตร์และตัวรถยนต์ของตนให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด
ซึ่งการจำหน่ายรถยนต์ได้มากขึ้น จะช่วยให้สามารถทำกำไรได้มากกว่าเดิม และ Shufu เองก็ตั้งเป้าไว้ว่า Volvo
จะสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 8% ต่อปี (ในปีที่แล้วทำได้ 1.6% เท่านั้น)

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูสถิติของปี 2013 เทียบกับปี 2012 แล้ว พบว่า Volvo มีความสำเร็จอย่างมาก ทั้งการสามารถ
สร้างกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นได้ถึงเกือบ 5 เท่า ทั้งนี้เป็นผลมาจากความนิยมที่มากขึ้นในรถยนต์ Volvo รุ่นใหม่ทั่วโลก
รวมไปถึงเปลี่ยนการจัดการบริหารงบประมาณได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ที่มา : Automotive News