ผลทดสอบ อัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลือง Chery Tiggo 8 CSH PHEV 4WD Elite

ราคา 999,000 บาท

ครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 215 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor 2 ตัว กำลังสูงสุด 358 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร

รวมพละกำลังสูงสุดทั้งระบบ 501 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 735 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ความจุ 18.3 kWh องรับการชาร์จ AC 6.6 kW และ DC 40 kW พร้อมระบบจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอก (V2L) 3.3 kW ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DHT ขับเคลื่อนล้อ 4 ล้อ 4WD


อัตราเร่ง 0 – 100 km/h (Normal Mode)

  1. 5.75 sec
  2. 5.75 sec
  3. 5.78 sec
  4. 5.73 sec

อัตราเร่ง 0-100 km/h ทำได้เฉลี่ย 5.75 วินาที



อัตราเร่ง 80 – 120 km/h (Normal Mode) ปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่ ~98%

  1. 3.90 sec
  2. 3.90 sec
  3. 3.76 sec
  4. 3.86 sec

อัตราเร่ง 80-120 km/h ทำได้เฉลี่ย 3.87 วินาที


อัตราเร่ง 80 – 120 km/h (Normal Mode) ปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่ ~90% พละกำลังตัวรถเริ่มดรอปลง 

  1. 5.59 sec
  2. 5.56 sec
  3. 5.52 sec
  4. 5.59 sec

อัตราเร่ง 80-120 km/h ทำได้เฉลี่ย 5.56 วินาที



ความเร็วสูงสุดบนมาตรวัด

Top Speed บนมาตรวัด 199 km/h @ (ไม่ทราบรอบเครื่องยนต์)


ความเร็วบนมาตรวัดเทียบความเร็วบน GPS

  • ความเร็วบนมาตรวัด 100 km/h > ความเร็วบน GPS 95.0 km/h
  • ความเร็วบนมาตรวัด 110 km/h > ความเร็วบน GPS 105.0 km/h


Fuel Consumption อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

กรณีที่ปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่เต็ม (EV Mode + Hybrid Mode)

  • ระยะทางบน Trip Meter A  : 91.4 กิโลเมตร
  • เติมน้ำมัน เบนซิน Caltex Techron 95 : 1.82 liter
  • วิ่งเฉลี่ยที่ความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เปิดแอร์ นั่ง 2 คน

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทำได้เฉลี่ย 50.21 km/l

กรณีที่ปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่ต่ำกว่า 25% (Hybrid Mode)

  • ระยะทางบน Trip Meter A  : 92.4 กิโลเมตร
  • เติมน้ำมัน เบนซิน Caltex Techron 95 : 6.32 liter
  • วิ่งเฉลี่ยที่ความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เปิดแอร์ นั่ง 2 คน

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทำได้เฉลี่ย 14.46 km/l


ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนในโหมด EV ทำได้ 64.7 กิโลเมตร และแบตเตอรี่เหลือ 18 – 19%**

(เมื่อแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 18 – 19% เครื่องยนต์จะติดขึ้นมา พร้อมเปลี่ยนเป็น Hybrid Mode)


ตารางเปรียบเทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน และใกล้เคียง


J!MMY said: มีเรื่องต้องอธิบายกันสักหน่อยละครับ

Chery Tiggo 8 CSH 1.5 Turbo PHEV 4WD Elite คันนี้ คือรถยนต์ที่สร้างความปวดกบาลระหว่างจับเวลาหาอัตราเร่ง มากที่สุด อีกคันหนึ่ง เท่าที่เคยเจอมาในชีวิตผม

จริงอยู่ว่า ปริมาณกระแสไฟในแบ็ตเตอรี มีผลต่ออัตราเร่ง ของทั้งรถยนต์ไฟฟ้าล้วน Hybrid หรือ PHEV ทว่า สำหรับ Tiggo 8 แล้ว ถ้าคุณชาร์จแบ็ตเตอรีมาเต็ม แล้วกดคันเร่งออกตัวแบบฉับพลัน สิ่งที่คุณจะได้เจอ คือ อาการล้อหมุนฟรี แบบ Slip มากถึง 2 รอบ ในช่วงออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง และอีกครั้ง ตามมาติดๆ ในช่วง 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง แน่นอนว่า เครื่องยนต์จะส่งพลังมาช่วยเต็มที่ 100% จนแถบแดงใต้ขุดมาตรวัด พุ่งไปทางขวาสุดเต็ม 100%

แต่เมื่อกดคันเร่ง ทำอัตราเร่งไปสัก 3-4 ครั้ง ต่อเนื่องกัน

กลายเป็นว่า จู่ๆ เครื่องยนต์ ก็เกิดอาการ “นกเขาไม่ขัน” กลางคันขึ้นมาดื้อๆ เหมือนไวอะกร้าหมดฤทธิ์ กลายเป็นว่า เครื่องยนต์อาจจะยังติดอยู่ แต่ช่วยส่งกำลังลงล้อ น้อนลงจนเกือบเหลือแค่ 2-3 % บนมาตรวัด และนั้นทำให้อัตราเร่ง Drop ลง ฮวบฮาบ

เราลองแก้ปัญหาด้วยการนำรถไปชาร์จไฟเพิ่ม ในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จนไฟกลับมาเต็ม 100% เราจึงกลับมายังเส้นทางทดสอบของเราอีกครั้ง

เราจึงจะจับเวลาอัตราเร่ง กลับมาได้พอกับตัวเลขเริ่มต้น

แต่สำหรับอัตราเร่ง แซง 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตอนไฟในแบ็ตเตอรีเต็ม ก็เป็นเช่นเดียวกัน จับตัวเลขออกมาได้ต่ำเพียง 3.90 และ 3.96 วินาที แต่หลังจากนั้น ตัวรถมีอาการเนือยลงอย่างชัดเจนมากๆ จนทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 วินาที โดยเฉลี่ย และหลังจากนั้น ให้ตายยังไง ก็ไม่มีทางกลับไปอยู่ที่ 3.9 วินาทีได้อีกเลย

เรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นคือ มันมีแค่คืนเดียว ที่เราจับอัตราเร่ง 80-120 km./h. ได้ ต่ำกว่า 4 วินาที และได้ในช่วงสั้นๆ

หลังจากนั้น ในคืนถัดมา ขนาดชาร์จแบ็ตเต็มแล้ว ขับช้าๆ

ให้อุณหภูมิหมาะสมแล้ว ตัวเลขก็ออกมาแถวๆ 5 วินาที ปลายๆ ถึง 6 วินาทีกลางๆ อยู่ดี

ทางเดียวที่ทำได้คือ ต้องนำรถกลับไปขาร์จไฟให้เต็ม 100% อีกครั้ง เพื่อให้ระบบมอเตอร์ และแบ็ตเตอรี ได้พัก ลดความร้อนในระบบลงเท่าที่จะทำได้ แล้วจึงนำรถออกไปจับอัตราเร่งกันอีกครั้ง

ดังนั้น เมื่อเทียบ re-check แล้ว เราตัดสินใจ ลงตัวเลขของรถคันนี้ไปทั้งแบบนี้เลยให่คุณผู้อ่านและคุณผู้ชม ไปตัดใจกันเอาเอง

————//————

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหลังจากวิ่งไป 64.7 ด้วยไฟฟ้าล้วนจนเครื่องยนต์ติดขึ้นมาเพื่อจะเลี้ยงไฟให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 18-19% (หากระบบยอมให้วิ่งต่อด้วยไฟฟ้าล้วน ไฟที่เหลืออีก 19% จะพาให้รถเเล่นต่ออีก 6 กิโลเมตร)

จากเครื่องยนต์เริ่มติดที่ 64.7 กิโลเมตรเครื่องยนต์ทำต่อยาวๆจนถึง จนถึงช่วงชะลอเข้าด่านจ่ายตังมีหยุดทำงานสั้นๆ และพอขับต่อเคคื่องยนต์ก็ติดขึ้นมาเหมือนเดิม พอถึงทางลงที่อนุเสาวรีย์ เครื่องยนต์ก็ดับที่ 89.5 กิโมเมตรเครื่องยนต์ก็ไม่ติดขึ้นมาเพราะวิ่งด้วยความเร็วต่ำจนถึงเข้าปั้ม

หากใช้มาตรฐานการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองของ Headlightmag เท่ากับว่าเราจะได้ตัวเลขจากการขับขี่ใน 3 รูปแบบ คือ

  1. วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ด้วยความเร็ว 110 km/h จะแล่นได้ 64.7 km เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาแต่ระบบจะไม่มีทางปล่อยให้ไฟในแบตเตอรี่ไม่หล่นลงถึง 0% เด็ดขาด แต่สมมุติว่าระบบยอมให้เราขับขี่ในโหมด EV ล้วนต่อไป เท่ากับว่าถ้ารวมทั้งหมดจะวิ่งได้ทั้งหมด 70.7 กิโลเมตร
  2. หากวัดตามมาตรฐานปกติวิ่ง 110 km/h เปิดแอร์นั่ง 2 คนระยะทางบน Trip Meter A 91.4 กิโลเมตร

เติมน้ำมัน เบนซิน Techron 95 แบบไม่เขย่ารถ 1.82 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้เฉลี่ย 50.21 km/l

ซึ่ง เอามาให้ดูกันเฉยๆ และมันไม่ใช่ตัวเลขที่ควรเป็น

3.แต่ถ้าเรานับเฉพาะตอนเครื่องยนต์ติดขึ้นจริงๆหลังวิ่งระบบ EV ล้วนมา (Trip meter A ตั้งแต่ 64.7 – 89.5 km.) คือ 24.8 กิโลเมตร แล้วหารด้วยปริมาณน้ำมันที่เติมกลับจริง คือ 1.82 ลิตร จะเฉลี่ยออกมาได้ 13.62 km/l

  1. และถ้าเราวิ่งด้วยระบบ Hybrid โดยมีไฟในแบ็ตเตอรี เหลือ 25% ให้เครื่องยนต์ ทำงานในระบบ Hybrid ตั้งแต่เริ่มออกตัว จนกลับมาถึงปั้มอีกครั้ง

ระยะทางบน Trip Meter A 91.4 กิโลเมตร

เติมน้ำมัน เบนซิน Techron 95 แบบไม่เขย่ารถ 6.32 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้เฉลี่ย 14.46 km/l

————//————