งๆ ถูกผลิตขึ้นโดยคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เริ่มจากโครงสร้างบานประตูทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% ส่วนวัสดุตกแต่งบริเวณอผงประตู จะมีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้อีก 30% ด้วยเช่นกัน วัสดุไม้ที่นำมาตกแต่งบริเวณแผงคอนโซลกลาง เป็นไม้ที่ได้รับการการันตี FSC หรือ องค์กรสนับสนุนการดูแลป่าทั่วโลก เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม้ชิ้นนี้นั้น ได้มาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์หรือป่าที่มีการจัดการดูแลอย่างดี พรมปูพื้นทำมาจาก Nylon รีไซเคิล 100% บ้างก็ได้มาจากอวนดักสัตว์ที่ถูกทิ้งไว้ใต้ทะเล วิธีการนี้ จะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนผลิต Nylon แบบปกติได้ถึง 80% เลยทีเดียว

วัสดุหนังที่นำมาหุ้มบริเวณ แผงแดชบอร์ดด้านหน้า แผงด้านข้างผระตู พนักวางแขนบริเวณคอนโซลกลาง ตลอดจนเบาะนั่ง ใช้วิธีการการฟอกด้วยด้วยน้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งของการฟอกหนังแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีที่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าหากเป็นรุ่นเบาะผ้า ก็จะมีการใช้ผ้าแบบ Dynamica Microfiber ซึ่งมีส่วนผสมของเส้นใย Polyester ที่ได้จากการกระบวนการรีไซเคิลกว่า 50%

ขุมพลังของ iX xDrive50 เป็นขุมพลังแบบ eDrive เจเนอเรชันที่ 5 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 523 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 765 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ

พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 111.5 kWh รองรับการชาร์จไฟ AC 3 phase wallbox 11 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% ประมาณ 7.5 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จไฟฟ้า DC 200 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 0-80% ประมาณ 34 นาที และมีระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ 1  ครั้ง อยู่ที่ 630 กิโลเมตร

รูปแบบการขับขี่ My Mode 3 รูปแบบ

นอกจากโหมดการขับขี่ จะมีการปรับส่วนต่างๆ ของรถยนต์ได้แล้ว ยังส่งผลต่อ Light and Sound เพื่อช่วยช่วยสร้างบรรยากาศการขับขี่ที่แตกต่างกันด้วย

ระบบ Recuperation ในเกียร์ B จะมีลักษณะการทำงานแบบ One Pedal แต่หากใช้เกียร์ D สามารถปรับได้ 4 ระดับ ได้แก่

ในปี 2023 BMW ตั้งเป้าส่งรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดให้ได้ทั้งหมด 13 รุ่น นั่นหมายความนอกจากจะมี EV ที่เกิดขึ้นใหม่ บนพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะแล้ว ยังจะมีเวอร์ชัน EV ของรถยนต์ใน Key Segment ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

แต่ก่อนที่ถึงวันนั้น Headlightmag Clip ขอพาคุณผู้ชมทุกท่านไปชมรอบคันของ BMW iX กันก่อน เชิญชมครับ…

 


BMW iX BMW iX eDrive50 BMW iX xDrive 50 Sport