Honda ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว Honda FIT รุ่นปรับโฉม Minorchange ปี 2026 อย่างเป็นทางการ พร้อมเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ในราคา 1,806,200 – 2,957,500 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 400,000 – 660,000 แสนบาท
การปรับโฉมครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะ Honda FIT เปิดตัวครั้งแรกในปี 2001 และมียอดจำหน่ายสะสมในประเทศญี่ปุ่นแล้วกว่า 3.25 ล้านคัน ขณะที่รุ่น MY2026 ถือเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปี ของรถยนต์รุ่นนี้ โดยยังคงใช้พื้นฐานของรถเจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2020 แต่ปรับโครงสร้างรุ่นย่อยใหม่ เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน และกำหนดบุคลิกของแต่ละรุ่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คล้ายกับแนวทางเดียวกับ Honda N-BOX Minorchange ที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของการปรับโฉมครั้งนี้ คือการจัดโครงสร้างรุ่นย่อยใหม่ เพื่อให้แต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์และกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนกว่าเดิม จากเดิมที่ประกอบด้วย BASIC, HOME, RS และ CROSSTAR เปลี่ยนเป็น X, Z, RS และ CROSSTAR
ในรุ่น X, Z, RS และ CROSSTAR จะมีทางเลือกขุมพลัง e:HEV ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นหลัก และมีเครื่องยนต์ส่งกำลังลงสู่ล้อโดยตรงในบางจังหวะ ตัวเครื่องยนต์เป็นรหัส LEB เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร 1,496 ซีซี กำลังสูงสุด 106 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแบบ AC Synchronous Motor กำลังสูงสุด 123 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
สำหรับขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปล้วน ยังคงมีให้เลือกในรุ่น X และ Z เป็นเครื่องยนต์รหัส L15Z เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร 1,496 ซีซี กำลังสูงสุด 118 แรงม้า (PS) ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
รุ่นเริ่มต้น X เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับเปลี่ยนน้อยที่สุดในการ Minorchange ครั้งนี้ โดยได้รับการปรับรายละเอียดงานตกแต่งภายในเป็นหลัก เพื่อให้บรรยากาศห้องโดยสารดูกลมกลืนกับรุ่นย่อยอื่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกรอบที่วางแก้วน้ำและกรอบฐานคันเกียร์เป็นสีดำ พร้อมเปลี่ยนปุ่มเลือกเกียร์ให้ตกแต่งด้วยโครเมียม



รุ่น Z ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปรับโฉมครั้งนี้ เพราะถูกพัฒนาขึ้นมาแทน HOME เดิม และถูกวางตำแหน่งเป็นรุ่นมาตรฐานใหม่ที่มีภาพลักษณ์สปอร์ตและพรีเมียมมากขึ้น ภายนอกนำชุดกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์เดียวกับรุ่น RS มาใช้ พร้อมล้อพร้อมฝาครอบลายใหม่สี Shadow Gray Metallic ขณะที่ภายในเปลี่ยนมาใช้ห้องโดยสารโทนสีดำ พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน และตกแต่งกรอบที่วางแก้วน้ำกับฐานคันเกียร์เป็นสีดำ
ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ถูกเพิ่มเติมเข้ามาหลายรายการเป็นมาตรฐาน ได้แก่ เบาะนั่งคู่หน้าปรับอุณหภูมิ Seat Heater กระจกบังลมหน้าและกระจกประตูคู่หน้าแบบ UV + IR Cut ช่วยลดทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตและความร้อนจากแสงแดด ส่งผลให้รุ่น Z เข้ามาเติมช่องว่างระหว่างรุ่นเริ่มต้น X กับรุ่นสปอร์ต RS ได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านภาพลักษณ์และความครบครันของอุปกรณ์
นอกจากนี้ รุ่น Z มียังทางเลือกเสริมเป็นรุ่นเบาะนั่งด้านหน้าแบบ Passenger Rotating Seat หรือเบาะผู้โดยสารด้านหน้าที่สามารถหมุนออกจากตัวรถ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้ใช้งานวีลแชร์ด้วย



รุ่น RS ยังคงทำหน้าที่เป็นรุ่นสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับทั้งรูปลักษณ์และความสนุกในการขับขี่ โดย Honda ปรับรายละเอียดให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าและคิ้วตกแต่งไฟท้ายสี Piano Black พร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สีดำตัดผิวเงา ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ เดินด้ายสีแดง เบาะหนังสลับผ้า Suede พวงมาลัยหุ้มหนัง แผงประตูบุวัสดุนุ่ม และแป้นเหยียบสเตนเลสแบบสปอร์ต
ขณะที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้รับการอัพเกรดเพิ่มเติม ทั้งหน้าจอ Honda CONNECT Display, ระบบ ETC 2.0, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger, พวงมาลัยและเบาะนั่งคู่หน้าปรับอุณหภูมิ รวมถึงกระจกบังลมหน้าและกระจกประตูคู่หน้าแบบ UV + IR Cut ส่งผลให้ RS ยังคงเป็นรุ่นท็อปสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งอุปกรณ์ครบครันและบุคลิกการขับขี่ที่แตกต่างจากรุ่นย่อยอื่นในตระกูล FIT

รุ่น CROSSTAR ยังคงรักษาบทบาทของรถสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้งเช่นเดิม โดยยังคงเอกลักษณ์ด้วยชุดตกแต่งสไตล์ Crossover และเพิ่มสีตัวถังใหม่ Botanical Green Pearl เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้รับการอัพเกรดให้ใกล้เคียงกับรุ่น RS มากขึ้น ทั้งพวงมาลัยปรับอุณหภูมิ (Heated Steering Wheel) เบาะนั่งคู่หน้าปรับอุณหภูมิ (Seat Heater) และกระจกบังลมหน้าและกระจกประตูคู่หน้าแบบ UV + IR Cut ช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งานประจำวัน โดยยังคงคาแรกเตอร์ของ FIT ที่พร้อมรองรับทั้งการเดินทางในเมืองและกิจกรรมพักผ่อนในวันหยุดเช่นเดิม
การปรับโฉมครั้งนี้จึงสะท้อนแนวทางเดียวกับ Honda N-BOX Minorchange ที่มุ่งเน้นการเพิ่มความชัดเจนของแต่ละรุ่นย่อย และยกระดับความคุ้มค่าด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน มากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตัวรถหรือขุมพลัง ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งของ Honda FIT ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ที่ทำตลาดในญี่ปุ่น
ที่มา : Honda
