Honda ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Honda N-BOX รุ่นปรับโฉม Minorchange 2026 ก่อนเปิดตัวและเริ่มวางจำหน่ายในเดือน กรกฎาคม นี้ พร้อมเปิดรับจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป โดยการปรับโฉมครั้งนี้ครอบคลุมทั้ง N-BOX รุ่นมาตรฐาน N-BOX CUSTOM และ N-BOX JOY พร้อมเพิ่มรุ่นพิเศษใหม่ B-BOX BLACK STYLE เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ท่ามกลางการแข่งขันในตลาด Kei Car ที่ยังคงดุเดือด Honda จึงเลือกเติมความสดใหม่ให้กับรถรุ่นขายดีที่สุดของประเทศ ด้วยการปรับรายละเอียดทั้งงานออกแบบ อุปกรณ์ และภาพลักษณ์ของแต่ละรุ่นย่อยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดอยู่ที่ N-BOX CUSTOM ซึ่งได้รับการออกแบบด้านหน้าใหม่ทั้งหมด โดย Honda ระบุว่าต้องการสร้างบุคลิกที่ดูทรงพลังและมีความภูมิฐานมากขึ้น มาพร้อมกระจังหน้าที่ถูกออกแบบใหม่ให้มีมิติมากกว่าเดิม ขณะที่กันชนหน้าได้รับการปรับให้มีสัดส่วนแบบ Low & Wide ช่วยเพิ่มความรู้สึกกว้างและดุดันยามมองจากด้านหน้า นอกจากนี้ ยังเพิ่มไฟตกแต่ง LED ด้านหน้าที่ส่องสว่างตลอดเวลา และเปลี่ยนมาใช้ไฟตัดหมอกทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูใกล้เคียงกับรถยนต์รุ่นพี่ในค่ายมากขึ้น
สำหรับรุ่นย่อย N-BOX CUSTOM Coordinate Style มีการเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งกระจังหน้า คิ้วชายล่างด้านข้าง และคิ้วฝาท้าย ด้วยวัสดุสี Dark Chrome ให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าเดิม ขณะที่ภายในห้องโดยสารเพิ่มชิ้นส่วนตกแต่งโครเมียมและสีดำเงา Piano Black รวมถึงเปลี่ยนสีไฟ Ambient Light เป็นโทน Night Blue พร้อมติดตั้งไฟห้องโดยสารแบบ LED เพื่อยกระดับบรรยากาศภายในให้ดูทันสมัยมากขึ้น
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ N-BOX JOY รุ่นย่อยสำหรับสายทำกิจกรรม ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับ N-BOX ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ Honda เลือกเพิ่มรุ่นพิเศษ BLACK STYLE เข้ามา ภายนอกตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบไฟหน้า โลโก้ และรายละเอียดตกแต่งต่างๆ เพื่อสร้างบุคลิกที่ดูเข้มและสปอร์ตมากขึ้น นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารของ ยังเพิ่มชิ้นส่วน Piano Black พร้อมเปลี่ยนลวดลายเบาะนั่งและวัสดุหุ้มพื้นที่เก็บสัมภาระเป็นลายตารางสีดำ ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสุขุมและพรีเมียมกว่ารุ่นมาตรฐาน
ในส่วนของ N-BOX JOY รุ่นปกติ ได้รับการอัพเดทเพิ่มเติมเล็กน้อย มีการปรับปรุงตามเสียงเรียกร้องของลูกค้าชาวญี่ปุ่น ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน ได้แก่ ช่องชาร์จ USB บริเวณคอนโซลกลาง ช่องเก็บของด้านหลังเบาะคู่หน้า ระบบนำทางผ่านหน้าจอกลาง ขนาด 9 นิ้ว ตลอดจนระบบ ETC 2.0 ในบางรุ่นย่อย
ด้านขุมพลัง คาดว่ายังคงเดิมกับทางเลือก เครื่องยนต์เบนซิน 658 ซีซี NA และเบนซิน 658 ซีซี TURBO โดยมีรายละเอียด ดังนี้
เบนซิน 0.6 NA
เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ความจุ 0.6 ลิตร 658 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 60.0 x 77.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 กำลังสูงสุด 58 แรงม้า (PS) ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
เบนซิน 0.6 Turbo
เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ความจุ 0.6 ลิตร 658 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 60.0 x 77.6 มิลลิเมตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged อัตราส่วนกำลังอัด 9.8 : 1 กำลังสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตันเมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
Honda N-BOX รุ่นปัจจุบัน ยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ขายดีที่สุดของญี่ปุ่นประจำปี 2025 และยังรักษาตำแหน่งรถ Kei Car ที่มียอดขายสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 11 ได้สำเร็จ ขณะที่ยอดขายสะสมของตระกูล N-BOX ในญี่ปุ่นทะลุ 3 ล้านคันไปแล้วเมื่อเดือน เมษายน ที่ผ่านมา แม้การปรับโฉมครั้งนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงในระดับพลิกโฉม แต่ก็ถือเป็นการอัพเดทความสดใหม่ ด้านภาพลักษณ์ที่ตรงจุด โดยเฉพาะ N-BOX CUSTOM ที่ดูดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และ N-BOX JOY BLACK STYLE ที่เข้ามาเติมทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการ Kei Car บุคลิกเข้มๆ มากกว่าความน่ารักแบบดั้งเดิมของ N-BOX ในอดีต
ที่มา : Honda
