BYD ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากประเทศจีน กำลังเผชิญข้อพิพาทเกี่ยวกับการจ้างงานในประเทศอินโดนีเซีย หลังประชาชนในพื้นที่เมือง Subang จังหวัดชวาตะวันตก (West Java) ออกมาเรียกร้องให้บริษัทเพิ่มสัดส่วนการจ้างแรงงานท้องถิ่น จนรัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมพิจารณาส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ของ BYD ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ข้อพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกลุ่มประชาชนในพื้นที่ ภายใต้ชื่อ Forum Masyarakat Subang Bersatu (FMSB) รวมตัวกันเรียกร้องให้ BYD ให้ความสำคัญกับการจ้างงานประชาชนในเมือง Subang โดยเสนอให้มีสัดส่วนแรงงานท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 70% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนของบริษัทต่างชาติ
ด้านรัฐบาลอินโดนีเซียมองว่า ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจและความคาดหวังที่แตกต่างกันระหว่างบริษัทกับประชาชนในพื้นที่ โดยฝ่ายประชาชนเห็นว่าโอกาสในการเข้าทำงานยังมีไม่เพียงพอ ขณะที่บริษัทอาจมองว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการจ้างงานแล้ว
รัฐบาลจึงเตรียมพิจารณาส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อยุติและสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยยังไม่มีข้อสรุปว่า BYD กระทำผิดกฎหมายแรงงาน หรือจำเป็นต้องปรับสัดส่วนการจ้างงานตามข้อเรียกร้องดังกล่าว
สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์ BYD ในเมือง Subang จังหวัดชวาตะวันตก เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี ถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของ BYD สำหรับขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน และลดการพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปจากประเทศจีน
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลท้องถิ่นเปิดเผยว่า BYD ได้เปิดรับสมัครพนักงานผ่านระบบจัดหางาน Nyari Gawe ประมาณ 3,000 ตำแหน่ง โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกแล้วมากกว่า 800 คน อย่างไรก็ตาม การรับสมัครยังจำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติและทักษะของแรงงานให้สอดคล้องกับตำแหน่งงาน โดยเฉพาะงานด้านเทคนิคและกระบวนการผลิตรถยนต์ที่ต้องอาศัยมาตรฐานควบคุมคุณภาพ
ล่าสุด มีการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทน BYD หน่วยงานด้านแรงงาน และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว โดยข้อเสนอให้จ้างแรงงานท้องถิ่นในสัดส่วน 70% ยังอยู่ระหว่างการหารือ และไม่ได้มีการยืนยันว่าบริษัทตกลงยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว
ขณะเดียวกัน BYD ยังมีความเคลื่อนไหวด้านฐานการผลิตในประเทศมาเลเซีย หลังเปลี่ยนแผนจากการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ของตนเองที่ Tanjong Malim มาเป็นการร่วมมือกับ Inokom Corporation ในเครือ Sime Motors เพื่อประกอบรถยนต์แบบ CKD ที่โรงงานในเมือง Kulim รัฐ Kedah ซึ่งมีเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนท้องถิ่นและบุคลากรด้านการผลิตรถยนต์อยู่แล้ว
กรณีที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียสะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ของผู้ผลิตต่างชาติไม่ได้มีเพียงประเด็นด้านกำลังการผลิต ต้นทุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่ต่อการสร้างงานและการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องบริหารจัดการควบคู่กับการขยายฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ ต้องติดตามว่ารัฐบาลอินโดนีเซียจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับสัดส่วนการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นอย่างไร และข้อพิพาทดังกล่าวจะส่งผลต่อการดำเนินงานของโรงงาน BYD ในระยะต่อไปหรือไม่
ที่มา : Paultan และ สื่อท้องถิ่นอินโดนีเซีย
