ความใฝ่ฝันของผู้ผลิตรถยนต์ระดับหรูก็คือการขยายระดับผลิตภัณฑ์ให้มุ่งไปสู่ระดับสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เช่นนั้นเราก็คงจะไม่เห็น Daimler AG พยายามปั้น Maybach อย่างสุดกำลังจนถึงตอนนี้ และนี่ยังไม่รวม BMW ที่จะมีแผนขยายผลิตภัณฑ์รถยนต์ระดับบนสุดอีกหลายรุ่นด้วย

Lexus ในวันนี้อาจยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเทียบเท่ากับ 3 เจ้ายักษ์ใหญ๋ของเยอรมนี แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกันในเชิงวิสัยทัศน์ก็ยอมรับว่า Lexus เองก็ปรับกลยุทธ์ได้เร็วไม่แพ้ใครเลย

Lexus LF-1 Limitless Concept คือรถยนต์ต้นแบบ SUV-Crossover ที่บอกให้คนทั่วไปรับรู้ว่า พวกเขากำลังจะคิดสร้างรถยนต์ระดับ High-End เพื่อเอาใจเศรษฐีที่ต้องการความพิเศษมากกว่าที่เป็นอยู่

Lexus ระบุว่า LF-1 Limitless Concept จะเป็น Flagship Crossover ประเภทใหม่ที่รวมสมรรถนะระดับสูงเข้าไว้ด้วยกับความหรูหรา แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยและ Design Language แบบใหม่ล่าสุด ภายใต้พื้นตัวถังใหม่ที่รองรับขุมพลัง Fuel Cell, Hybrid, Plug-in Hybrid, EV และเครื่องยนต์ดีเซล ได้

มิติตัวถังภายนอก

  • ยาว x กว้าง x สูง : 5,014 x 1,986 x 1,605 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ : 2,974 มิลลิเมตร

ศูนย์วิจัยงานออกแบบ CALTY Design เป็นผู้รังสรรค์ Lexus LF-1 Limitless Concept ที่ยึดรากฐานการออกแบบแห่งความเรียบง่ายและความหรูหราสง่างาม ภายใต้แนวคิด ดาบญี่ปุ่น Katana ที่ถูกหลอมละลาย นำเส้นสายลื่นไหลคล้ายกับโลหะที่ถูกหลอมละลายซึ่งจะดูมีความแข็งแกร่งและดูดุดัน แต่ไม่แข็งกระด้าง

Kevin Hunter ผู้บริหารศูนย์การออกแบบเปิดวิสัยทัศน์ว่า พวกเขาต้องการสร้างสมรรถนะและความหรูหราให้แก่รถยนต์ Flagship Crossover โดยไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นความหรูหราและความแรงให้เฉพาะรถ Sedan ในแบบเดิม ๆ

จุดขายของงานดีไซน์ก็คือการกำหนดสัดส่วนตัวถัง ที่สังเกตเห็นได้ว่าล้อคู่หน้าจะขยับไปข้างหน้าเพราะตัวรถถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถังขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่ง Lexus เองยืนยันว่าสัดส่วน Lexus LF-1 Limitless Concept มันคือสัดส่วนแบบรถ Sport มากกว่ารถยนต์ Wagon ทั่ว ๆ ไป ขณะเดียวกันแนวหลังคาก็มีแนวลาดที่กำลังพอดีไม่ลาดเอียงมากจนสูญเสียพื้นที่ห้องโดยสาร

กระจังหน้า Spindle Grille ยังคงเป็นเอกลักษณ์เด่นของ Lexus แต่มีความพิเศษคือการออกแบบกระจังให้มีมิติพุ่งไปด้านหลังกินเนื้อที่ฝากระโปรงหน้า บานเกล็ดกระจังหน้าไม่มีการพ่นโครเมี่ยมแต่จะติดตั้งไฟ LED แทน

จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบพื้นผิวตัวถังครึ่งคันหน้าที่ดูลื่นไหลและมีเส้น Belt Line ที่ดูคมสอดรับต่อเนื่องไปจรดบั้นท้าย การออกแบบบั้นท้ายก็เป็นเอกลักษณ์ ดูเรียบง่ายแต่เด่นสะดุดตา

ภายในห้องโดยสาร อาจจะพบกับความแปลกใจสักเล็กน้อยตรงที่แผงแดชบอร์ดถูกออกแบบคล้ายรถยนต์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า หากรถคันนี้มีการผลิตจริงขึ้นมามันก็ไม่น่าจะต่างจากรถต้นแบบมากนัก นอกจากติดตั้งอุปกรณ์ดิจิตอลสั่งการล้ำสมัยแล้ว มันก็ยังติดตั้งระบบแผนที่นำทางแบบ 4 มิติ

จับตาให้ดีรถคันนี้แหล่ะอาจจะเป็นว่าที่ท้าชนกับ BMW X7 และ Range Rover ในอนาคต

ที่มา : Motor1