MINI Thailand ประกาศ Update เครื่องยนต์ MINI ทุกรุ่น ทั้ง MINI One MINI Cooper และ MINI Cooper S
ที่ถูกปรับปรุงใหม่ ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่ปล่อยมลพิษน้อยลง ออกสู่ตลาดแล้ว เมื่อ
25 มิถุนายน 2010 ที่ผ่านมา

ในขณะที่ MINI Cooper S ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถเล็กสมรรถนะสูงที่ขับสนุกที่สุด วิศวกรของ
BMW ก็มิได้หยุดนิ่งในการคิดค้นเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย Sustainability ของ BMW Group
ทีมวิจัยและพัฒนา MINI ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยระบบเครื่องยนต์ที่ผสมผสาน
สามสุดยอดเทคโนโลยี รวมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้าง ‘เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตรที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก’
อันได้แก่

(1) เทคโนโลยีระบบอัดอากาศ Twin-Scroll Turbo
(2) ระบบแปรผันวาล์วอัจฉริยะ VALVETRONIC และ
(3) ระบบฉีดน้ำมันตรงเข้ากระบอกสูบ Direct Injection

โดย MINI Cooper S ได้รับการอัพเกรดเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.6 ลิตร แบบเดิม ด้วยการเปลี่ยน Turbo
ลูกเดิมออก หันมาใช้ระบบอัดอากาศ Twin-Scroll Turbo ผนวกกับระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC
และ ระบบฉีดน้ำมันตรงเข้ากระบอกสูบ Direct Injection ซึ่งถือว่า เป็นเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุด แบบแรกใน
อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่นำทั้ง 3 ระบบนี้ ติดตั้งเข้าไว้ร่วมกัน

เทคโนโลยีระบบอัดอากาศ Twin-Scroll Turbo ใช้หลักการแบ่งทางเดินไอเสียเป็นสองช่อง โดยทั้งสองช่อง
จะทำงานสอดประสานกัน สร้างแรงดันของไอเสียให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ เพื่อป้อนเป็น
พลังงานขับเคลื่อนใบพัดของระบบเทอร์โบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Twin-Scroll Turbo จึงเป็นระบบเทอร์โบเดี่ยวที่สามารถให้กำลังอัดอากาศสูงและต่อเนื่องเสมือนกับ
ใช้ระบบเทอร์โบคู่ ซึ่งนอกจากจะมีขนาดกะทัดรัดซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับรถขนาดเล็กอย่างมินิแล้ว ยัง
เป็นการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะในเรื่องของระบบหล่อเย็นของเทอร์โบอีกด้วย

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีระบบแปรผันวาล์วอัจฉริยะ VALVETRONIC สามารถกำหนดระยะเปิด-ปิด
และระยะเวลาการเปิดวาล์วไอดี ให้แปรผันได้ต่อเนื่องตลอดทุกช่วงรอบเครื่องยนต์ตามความต้องการของ
ผู้ขับขี่ ทำให้สามารถป้อนอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การทำงานของทั้งสองระบบ
ดังกล่าวอย่างควบคู่กัน จะส่งผลให้เครื่องยนต์สามารถผลิตกำลังตอบสนองความต้องการในทุกรูปแบบ
การขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่ของสมรรถนะ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ประหยัดขึ้น
และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียลง

เครื่องยนต์ใหม่ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.6 ลิตร Twin Scroll Turbo และ VALVETRONIC ให้กำลังสูงสุด
เพิ่มขึ้นจาก 175 เป็น 184 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ ชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.0 วินาที อีกทั้ง
ยังทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย ประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าเดิมอีก 7% เป็น 17.2 กิโลเมตร/ลิตร แถมยัง
ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำเพียง 149 กรัม/กิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EURO-V

นอกจากนี้ เครื่องยนต์ของ MINI Cooper ก็ได้รับการปรับปรุง Software บริหารเครื่องยนต์ และเพิ่มระบบ
VALVETRONIC ทำให้ พละกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 122 แรงม้า (เดิม 120 แรงม้า) MINI Cooper Hatchback
มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 9.1 วินาที และให้อัตราสิ้นเปลิองเฉลี่ย 18.5 กิโลเมตร/ลิตร
อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ย 127 กรัม/กิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EURO-V

และ ท้ายสุด MINI One ได้รับการแทนที่เครื่องยนต์เดิม (ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.4 ลิตร ด้วย
เครื่องยนต์ใหม่ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.6 ลิตร พร้อมด้วยระบบแปรผันวาล์ว VALVETRONIC กำลังสูงสุด
เพิ่มขึ้นจาก 95 แรงม้า เป็น 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที (เดิม 140 นิวตัน-เมตร
ที่ 4,000 รอบ/นาที ) ทำให้ MINI One  ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 10.5 วินาที (เดิม 10.9 วินาที)
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18.5 กิโลเมตร/ลิตร และอัตราการปล่อยไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ย
127 กรัม/กิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EURO-V

ราคาจำหน่าย
รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม MSI MINI Service Inclusive 3 ปี / 50,000 กิโลเมตร

Hatchback
MINI One ราคาเริ่มต้นที่ 2,000,000 บาท
MINI Cooper ราคาเริ่มต้นที่ 2,300,000 บาท
MINI Cooper S ราคาเริ่มต้นที่ 2,800,000 บาท

Clubman
MINI Cooper Clubman ราคาเริ่มต้นที่ 2,700,000 บาท
MINI Cooper S Clubman ราคาเริ่มต้นที่ 3,200,000 บาท

Cabriolet
MINI Cooper Convertible ราคาเริ่มต้นที่ 2,800,000 บาท
MINI Cooper S Convertible ราคาเริ่มต้นที่ 3,200,000 บาท

———————————————-///——————————————–