วันที่ 1 กันยายน 2021 ค่ายดาวสามแฉกได้เปิดตัวรถ Mercedes-AMG GT63 S E Performance ซึ่งใช้ขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปปกติ พ่วงกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีพละกำลังสูงสุดในตระกูล AMG GT 4-Door และแน่นอนว่าเทคโนโลยีของ AMG GT63 S E Performance ได้รับอิทธิพลจากรถแข่ง Formula 1 ของทีม Mercedes-AMG

โดยดีไซน์ภายนอกนั้น ถูกวางแบบจาก Mercedes-AMG GT63 4MATIC+ แต่มีความแตกต่างที่ช่องชาร์จตรงกันชนหลัง โลโก้ S พื้นหลังสีแดง และแผ่นเพลท E PERFORMANCE ที่บริเวณแก้มหน้า นอกเหนือจากนั้น Mercedes-AMG GT63 S E Performance ก็มีตัวเลือกสีและอุปกรณ์มาตรฐานที่เหมือนกับ GT 4-Door Coupe รุ่นอื่น ๆ แต่มีการเพิ่มสีใหม่ในเรนจ์ extended customization 7 สี และยังมีตัวเลือกการตกแต่งภายนอก Night Package II เพิ่มเติมจาก Night Package เดิม และ Carbon Package รวมไปถึงล้ออัลลอยขนาด 20 หรือ 21 นิ้ว ลายใหม่ 2 ลาย

ในด้านของภายใน หน้าจอ Widescreen ระบบ MBUX ได้มีการเพิ่มหน้าจอสำหรับดูข้อมูลเกี่ยวกับระบบไฮบริด เช่น ระยะทางที่เหลือบนแบตเตอรี่ อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน แรงที่มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังส่งไปยังล้อ และ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า อีกทั้งยังมีกราฟฟิคที่แสดงถึงทิศทางการส่งพลังงานไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งผู้โดยสารตอนหลังก็สามารถเปิดดู ถ้าหากรถมีตัวเลือก multimedia display ที่ใต้ช่องแอร์คอนโซลกลาง

Mercedes-AMG GT63 S E Performance ใช้ขุมพลัง แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี. ฉีดจ่ายน้ำมันตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ GDI (Gasoline Direct Injection) พ่วงระบบอัดอากาศ Twin Scroll Bi-Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 639 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 2,500-4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 204 แรงม้า รวมพละกำลังทั้งระบบ 843 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 1,010-1,470 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ AMG Speedshift MCT 9G 9 จังหวะ

ตัวเลขสมรรถนะจากโรงงาน

  • อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.9 วินาที
  • อัตราเร่ง 0 – 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง น้อยกว่า 10 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 8.6 l/100km (WLTP)

มอเตอร์ไฟฟ้าถูกติดตั้งบนเพลาขับหลัง และส่งกำลังผ่านเกียร์ 2 จังหวะ ซึ่งสามารถส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ากลับไปยังล้อหน้าได้ด้วย ระบบชาร์จ AC กำลัง 3.7kW อีกทั้งยังมีระบบ Regenerative Braking ที่ปรับได้ 4 ระดับ

แบตเตอรี่นั้นถูกออกแบบพิเศษสำหรับ AMG โดยมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา สามารถส่งกำลังต่อเนื่องได้ 70 kW และ 150 kW เป็นระยะเวลา 10 วินาที ปริมาณความจุ 6.1 kWh แบตเตอรี่นั้นถูกออกแบบมาให้สามารถส่งพลังงานไปสู่มอเตอร์ไฟฟ้าให้เร็วที่สุดและมีน้ำหนักเบา จึงมีระยะทางการวิ่งในโหมด EV สูงสุดเพียงแค่ 19.2 กิโลเมตร แต่ก็ยังเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันส่วนมาก และด้วยน้ำหนักเพียง 89 กิโลกรัม จึงทำให้มีความหนาแน่นของพลังงานอยู่ที่ 1.7kW/kg แบตเตอรี่ระบายความร้อนด้วยน้ำ

Mercedes-AMG GT63 S E Performance มาพร้อมกับตัวเลือกออฟชั่นช่วงล่างถุงลม AMG Ride Control+ ซึ่งสามารถโหมดการขับขี่ได้ 3 แบบ และใช้ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ AMG Dynamics ซึ่งปรับได้ 3 ระดับเช่นกัน

ระบบเบรกเป็นแบบ Ceramic Composite ด้านหน้า 6 pot ด้านหลัง 1 pot จานหน้าขนาด 420 x 40 มิลลิเมตร จานหลังขนาด 380 x 32 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่า AMG GT63 รุ่นปกติที่มีน้ำหนักเบากว่า

ที่มา : Daimler