Daihatsu Mira e:S มีรุ่นปรับอุปกรณ์ตามมาแล้ว โดยเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ส่วนความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่การปรับแต่งเครื่องยนต์และกล่อง ECU ส่งผลให้มีพละกำสูงขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิงกว่าเดิม 8% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งปรับรุ่นย่อยให้ง่ายขึ้นเหลือ 3 รุ่น ประกอบด้วย L, X และ X Limited ส่วนสีตัวถังเพิ่มสองสีใหม่อย่างสีเขียว Ceramic Green Metallic และ สีน้ำตาล Grace Brown Crystal Mica

ในส่วนของรุ่นย่อยที่เพิ่มเข้ามาใหม่ใน Daihatsu Mira e:S อย่าง X Limited มีอุปกรณ์มาตรฐานเหนือกว่ารุ่น X โดยมีทั้งปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start, เบาะคู่หน้าปรับอุ่นได้, เบาะผู้ขับขี่ปรับยกได้, พวงมาลัยปรับระดับได้, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ระบบ Keyless Entry และ กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ ทั้งยังสามารถติดตั้งระบบ Smart Drive Recorder Upgrade Pack เพิ่มได้ เพื่อให้กล้องด้านหน้าให้บันทึกเหตุการณ์ขณะขับขี่

 

ขุมพลังของ Daihatsu Mira e:S รุ่นปรับอุปกรณ์ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 63.0 x 70.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.5 : 1 ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้เลือกสองระดับความแรง

  • NA กำลังสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 52 นิวตันเมตร ที่ 6,900 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยตามมาตรฐาน WLTC ได้ 23.2 – 25.0 กิโลเมตร/ลิตร
  • เทอร์โบ กำลังสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยตามมาตรฐาน WLTC ได้ 24.4 – 27.0 กิโลเมตร/ลิตร

 

Daihatsu Mira e:S รุ่นปรับอุปกรณ์ ยังปรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Smart Assist ด้วยการเพิ่มระบบตรวจจับสภาวะของผู้ขับขี่และระบบแจ้งเตือนก่อนลงจากรถ ทั้งยังมีปรับแต่งระบบเดิมให้มีความสามารถดีขึ้น

  • ระบบแจ้งเตือนก่อนชนพร้อมลดความเร็ว เพิ่มการตรวจจับจักรยานขณะข้ามทางแยก, ตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนจากเลนสวนได้ ขณะที่กำลังเลี้ยวบนทางแยก, ตรวจจับคนเดินถนนได้ในเวลากลางคืน และ เพิ่มความเร็วในการตรวจจับคนเดินถนนสูงสุดจาก 60 เป็น 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ระบบเบรกเมื่อเหยียบผิดแป้น เพิ่มการควบคุมเบรกในขณะที่ระบบตัดกำลังจากเครื่องยนต์

Daihatsu Mira e:S รุ่นปรับอุปกรณ์ พร้อมออกจำหน่ายแล้ว สนนราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น โดยที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย แบ่งตามระบบขับเคลื่อนได้ดังนี้

  • ขับเคลื่อนสองล้อ ราคา 1,096,700 – 1,380,500 เยน (ราว 227,000 – 285,000 บาท)
  • ขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคา 1,223,200 – 1,507,000 เยน (ราว 253,000 – 312,000 บาท)

 

ที่มา: Daihatsu