Daihatsu Taft รุ่นปรับอุปกรณ์ เปิดตัวแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 โดยความแตกต่างจากรุ่นเดิมคือการปรับอุปกรณ์ใหม่ ทั้งยังมีตัวถังสีใหม่กับสีส้ม Spark Orange พร้อมเพิ่มสองรุ่นย่อยพิเศษตกแต่งสองสไตล์ เริ่มต้นกับรุ่น Rugged Venture ที่มีกราฟฟิกสีดำตัดสีโครเมี่ยมรมดำ คาดฝากระโปรงหน้าและฝาท้าย พร้อมเปลี่ยนล้อเป็นสีเทาดำ Gunmetal ห้องโดยสารตกแต่งพิเศษด้วยสีเทา Gunmetal เช่นกัน

 

อีกรุ่นย่อยคือ Active Mode Style มาพร้อมกราฟฟิกสีดำตัดสีส้ม คาดชายล่างประตูหน้าและประตูฝาท้าย ทั้งยังมีการใช้สีดำและสีส้มตัดรอบคัน รวมถึงกระจังหน้า, กรอบไฟตัดหมอก, ล้อ, กันชนหลัง และ ห้องโดยสาร ทุกรุ่นย่อยของ Daihatsu Taft รุ่นปรับอุปกรณ์ เปลี่ยนมาตรวัดใหม่เป็นแบบหน้าจอ TFT 7 นิ้ว พร้อมวัดความเร็วดิจิตอล และยังมีช่องเก็บของด้านล่างมาเพิ่มด้วย ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ปรับใหม่ในหลายจุดเช่นกัน โดยมีทั้ง

  • Smart Assist ตรวจจับจักรยาน รวมถึงยานพาหนะและคนเดินถนน ที่กำลังเดินข้ามแยกมาจากอีกฝั่ง
  • ตรวจจับคนเดินถนน ขณะที่ใช้ความเร็วได้สูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากเดิมที่ทำได้ถึง 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ระบบ ACC ทำงานได้นุ่มนวลขึ้น เนื่องจากตรวจจับยานพาหนะคันหน้าได้แม่นยำขึ้น
  • ระบบ LKC ลดอาการแกว่งขณะใช้งาน ช่วยให้มีเสถียรภาพสูงขึ้น

 

ขุมพลังของ Daihatsu Taft รุ่นปรับอุปกรณ์ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 63.0 x 70.4 มิลลิเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อคู่หหน้า หรือ ขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมทางเลือกสองระดับความแรง

  • ไม่มีระบบอัดอากาศ อัตราส่วนกำลังอัด 11.5 : 1 กำลังสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที
  • เทอร์โบ อัตราส่วนกำลังอัด 9.0 : 1 กำลังสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

Daihatsu Taft รุ่นปรับอุปกรณ์ พร้อมออกจำหน่ายแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น สนนราคาจำหน่ายที่นั่น โดยที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย และแบ่งตามรุ่นย่อยหลักได้ดังนี้

  • กลุ่มรุ่นย่อยธรรมดา ราคา 1,435,000 – 1,831,500 เยน (ราว 296,000 – 378,000 บาท)
  • กลุ่มรุ่นแต่งพิเศษ ราคา 1,705,000 – 1,930,500 เยน (ราว 352,000 – 399,000 บาท)

 

ที่มา: Daihatsu