มีรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับ All NEW Subaru Levorg ตามมาอีกครั้ง ก่อนถึงกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่น โดยจุดเด่นจะเน้นที่ ระบบความปลอดภัย EyeSight X ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ให้ล้ำหน้ากว่าปัจจุบันในหลายด้าน ทั้งยังมีรายละเอียดภายนอกและภายใน รวมถึงสีตัวถังดังนี้

  • สีขาว Crystal White Pearl
  • สีเงิน Ice Silver Metallic
  • สีเทา Magnite Grey Metallic
  • สีดำ Crystal Black Silica
  • สีแดง Pure Red
  • สีเทาฟ้า Cool Grey Khaki
  • สีน้ำเงิน Lapis Blue Pearl

All NEW Subaru Levorg รุ่นทั่วไป มาพร้อมกับล้อขนาด 17 – 18 นิ้ว ฝาท้ายเปิดได้ด้วยการโบกแขนผ่านโลโก้ท้ายรถ ห้องโดยสารมาในโทนสีดำ เสริมด้วยมาตรวัดแบบดิจิตอล LCD ขนาด 12.3 นิ้ว, จอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง, เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และ เบาะหลังมีระบบอุ่นเบาะแบบแยกฝั่ง

ส่วนรุ่น STI Sport มาพร้อมกับกระจังหน้า, กันชนหน้า, ท่อไอเสียทรงสปอร์ต และ ล้อสี two-tone ขนาด 18 นิ้ว ห้องโดยสารเปลี่ยนเป็นโทนสีดำ – แดงเข้ม เสริมด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่ Drive Mode Select และ โช๊คอัพปรับไฟฟ้าจาก ZF

ขุมพลังของ All NEW Subaru Levorg เป็นเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบนอน BOXER  ขนาด 1.8 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 5,200 – 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 3,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT ขับเคลื่อนสี่ล้อ

ด้านระบบความปลอดภัยมีจุดเด่นเป็น ถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับคนเดินถนน เสริมด้วยแพคเกจ EyeSight X ที่ปรับปรุงระบบ Active Safety หลายรายการดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ระบบลดความเร็วโดยอัตโนมัติ พร้อมหน่วงพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทาง หากระบบพบว่าการเบรกอย่างเดียว ไม่สามารถเลี่ยงอุบัติเหตุได้
  • การตอบสนองของคันเร่ง, เบรก และ การหน่วงพวงมาลัย ที่ตอบสนองโดยอัตโนมัติ ได้รับการพัฒนาให้ทำงานนุ่มนวลขึ้น
  • ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติภายในเมืองสามารถทำงานได้ แม้ผู้ขับขี่ละมือจากพวงมาลัย แต่ต้องตามองถนนอยู่
  • ระบบลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ก่อนถึงทางโค้งหรือด่านชำระค่าผ่านทาง ในระหว่างที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ

All NEW Subaru Levorg เปิดรับจองที่ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม เบื้องต้นมีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ประกอบด้วย GT, GT EX, GT-H, GT-H EX, STI Sport และ STI Sport EX สำหรับรายละเอียดทั้งหมดจะตามมาในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

 

ที่มา : Subaru, car.watch.impress