ในสถานการณ์ที่ค่าน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก บริษัทรถยนต์ย่อมเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะผู้บริโภคอาจคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าว จนชะลอการออกรถใหม่ไปก่อน Ford ออสเตรเลีย จึงออกมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ มอบบัตรน้ำมันมูลค่า 4,000 AUD (ราว 90,000 บาท) ให้กับลูกค้าที่ออก Ranger รุ่นปี 2026 หรือ Everest Trend รุ่นปี 2026 ครอบคลุมรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo และดีเซล V6 3.0 ลิตร Turbo ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 เป็นต้นไป ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการลดราคาจำหน่ายของ Ranger รุ่นย่อยอื่นอีกด้วย ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- Ranger PHEV ราคาเริ่มต้น 62,000 AUD (ราว 1,398,000 บาท)
ลดลง 16,041 AUD (ราว 361,000 บาท) - Ranger Sport ราคาเริ่มต้น 66,000 AUD (ราว 1,488,000 บาท)
ลดลง 15,149 AUD (ราว 341,000 บาท) - Ranger Wildtrak ราคาเริ่มต้น 70,000 AUD (ราว 1,579,000 บาท)
ลดลง 16,257 AUD (ราว 366,000 บาท) - Ranger Stormtrak ราคาเริ่มต้น 73,000 AUD (ราว 1,646,000 บาท)
ลดลง 20,446 AUD (ราว 461,000 บาท)
สำหรับลูกค้าที่ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตกร ยังได้รับส่วนลดพิเศษเพิ่มมูลค่า 1,000 AUD (ราว 22,000 บาท) สำหรับใช้ในการออกรถ Ranger, Ranger Super Duty และ Ranger Hybrid โดย Fadi Mawal ตำแหน่ง CEO และ President ของ Ford ออสเตรเลีย ระบุว่า ‘มาตรการนี้คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทุกคน ตั้งแต่ภาคครัวเรือนไปจนถึงเจ้าของกิจการ เพื่อฟันฝ่าสภาพการเงินอันท้าทายนี้ไปด้วยกัน และเราไม่อยากให้ลูกค้าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ดีที่สุดไป เพียงเพราะว่าปัญหาราคาน้ำมันแพงที่เกิดขึ้นชั่วคราว’
มาตรการส่วนลดจาก Ford ออสเตรเลีย จะหมดเขตแตกต่างกันไป โดยบัตรน้ำมันสำหรับ Ranger และ Everest รุ่นปี 2026 จะหมดเขตเมื่อรถหมดสต็อค สำหรับส่วนลดพิเศษของ Ranger รุ่นต่างๆ จะมีผลถึง 30 มิถุนายน 2026 ชาวออสเตรเลียจึงควรรีบตัดสินใจ เพราะเมื่อพ้นกลางปีไป นอกจากจะไม่ได้โปรนี้แล้ว ยังต้องจ่ายราคาแพงขึ้นเพราะ Ranger และ Everest รุ่นปี 2026.5 จะมาทำตลาดในออสเตรเลียในช่วงดังกล่าว ซึ่งราคาที่แพงขึ้นเป็นผลมาตรฐานควบคุมมลพิษในรถยนต์ใหม่ มีผลบังคับใช้นั่นเอง
