แม้ Ford Everest Wildtrak จะออกจำหน่ายแบบไม่จำนวนจำกัดในหลายตลาด แต่ไม่ใช่กับชาวออสเตรเลีย ที่มีโอกาสสัมผัสรุ่นนี้ในฐานะรุ่นพิเศษเท่านั้น และนับเป็นครั้งที่สาม โดยเป็นการนำ Ford Everest รุ่นปี 2026.5 มาต่อยอดจากรุ่นย่อย Sport วางตำแหน่งรองท็อปจากรุ่น Platinum ส่วนความพิเศษอยู่ที่การตกแต่งเฉพาะรุ่นทั้งภายนอกและภายใน เริ่มต้นกับตัวถังสีส้ม Ignite Orange แบบเดียวกับ Ranger Wildtrak ทั้งยังมีสีขาว Alabaster White และ สีเขียว Acacia Green ให้เลือก

Ford Everest Wildtrak ยังมาพร้อมกับกระจังหน้าเฉพาะรุ่น และตกแต่งรอบคันด้วยสีดำตัดกับสีตัวถัง ล้อมีขนาด 20 นิ้ว เพิ่มความพิเศษด้วยการแซมสีส้มเอาไว้ ส่วนลูกค้าที่ชื่นชอบมาดสายลุย สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง all-terrain โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ห้องโดยสารเพิ่มความพิเศษด้วยเบาะกึ่งหนัง ปักชื่อ Wildtrak บนเบาะคู่หน้า และเดินตะเข็บด้ายสีส้มรอบคัน ทั้งยังมีเบาะแถวสามพับไฟฟ้า และหลังคา Panoramic Sunroof มาด้วย

 

ขุมพลังของ Ford Everest Wildtrak คงเดิมและมีให้เลือกแบบเดียวกับ เครื่องยนต์ดีเซล แบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time ในส่วนของกำหนดการผลิตจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026 และพร้อมเริ่มส่งมอบในไตรมาส 3 ของปี 2026 สำหรับประวัติจำนวนการผลิต พร้อมราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ออสเตรเลียของ Ford Everest Wildtrak ที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้ง มีดังต่อไปนี้

  • รุ่นปี 2023 จำนวนจำกัด 750 คัน ราคา 73,090 AUD (ราว 1,690,000 บาท)
  • รุ่นปี 2025 จำนวนจำกัด 950 คัน ราคา 76,950 AUD (ราว 1,710,000 บาท)
  • รุ่นปี 2026 จำนวนจำกัด 1,000 คัน ราคา 79,990 AUD (ราว 1,849,000 บาท)

 

ที่มา: carscoops, carexpert