Honda N-Van เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2018 ในฐานะสมาชิกของตระกูล N-Series วางตำแหน่งไว้เป็นรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก มาพร้อมกับประตูสไลด์ทั้งสองข้างที่เปิดออกได้กว้าง และยังไร้เสาหลังคา ล่าสุด มีการเปิดตัวรุ่นปี 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 โดยเน้นไปที่การปรับอุปกรณ์ และเพิ่มขุมพลังเทอร์โบให้กับรุ่นย่อย FUN ส่วนการปรับอุปกรณ์ในแต่ละรุ่นย่อยที่แตกต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้

  • Honda N-Van ทุกรุ่นย่อย เพิ่มหน้าจอแสดงผล TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว ให้แสดงค่าการทำงานของระบบ Honda Sensing รวมถึงเพิ่มเซนเซอร์ช่วยกะระยะด้านหน้า และระบบลดความเร็วหลังเกิดเหตุปะทะ
  • Honda N-Van รุ่นย่อย Fun เพิ่มตัวถังสีเหลือง Autumn Yellow Pearl และ สีเขียว Botanical Green Pearl ทั้งยังปรับเปลี่ยนช่องชาร์จ USB-A ไปเป็น USB-C
  • Honda N-Van รุ่นย่อย G และ L เพิ่มระบบ Push Start และ ระบบป้องกันการเร่งกะทันหันผิดพลาด

 

ขุมพลังของ Honda N-Van เป็นเครื่องยนต์เบนซิน รหัส S07B แบบ 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 60.0 x 77.6 มิลลิเมตร มีให้เลือกสองระดับความแรงดังต่อไปนี้

  • แบบไม่มีระบบอัดอากาศ อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 กำลังสูงสุด 53 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ
  • เทอร์โบ (มีให้เลือกเฉพาะรุ่นย่อย Fun) อัตราส่วนกำลังอัด 9.8 : 1 กำลังสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตันเมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ

 

Honda N-Van รุ่นปี 2026 พร้อมออกจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2026 โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นย่อย G, L, Fun, Fun Turbo, Fun Nature Style และ Fun Turbo Nature Style สนนราคาจำหน่ายที่นั่น โดยที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย แบ่งตามประเภทขุมพลังได้ดังนี้

  • แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ราคา 1,498,200 – 2,146,100 เยน (ราว 308,000 – 442,000 บาท)
  • เทอร์โบ ราคา 2,024,000 – 2,269,300 เยน (ราว 417,000 – 467,000 บาท)

 

ที่มา: Honda, car.watch.impress