รหัส GSE ซึ่งสงวนไว้ใช้กับรุ่นที่เน้นสมรรถนะของ Opel มีสมาชิกใหม่ตามมาเสริมทัพ Mokka GSE แล้วในชื่อ Opel Corsa GSE โดยมีการเผยภาพพร้อมรายละเอียดบางส่วน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 พร้อมสานต่อตำนานของ Opel Corsa GSi เวอร์ชั่นต้นตำรับ ซึ่งขึ้นชื่อในฐานะรถยนต์ขนาดเล็ก ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ แต่วิวัฒนาการมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า นำไปสู่การตั้งชื่อใหม่เป็น GSE ที่ย่อมาจาก Grand Sport Electric

Opel Corsa GSE ปรับดีไซน์ให้เน้นความสปอร์ตด้วยชุดกันชนหน้าหลังเฉพาะรุ่น พร้อมช่องดักลมสีดำและขยายโป่งล้อให้กว้างขึ้น หลังคาและสปอยเลอร์หลังยังมาในสีดำตัดกับสีตัวถัง ล้อเปลี่ยนลายเป็นแบบ 3 ก้านขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4S 215/40 ด้านในมีคาลิปเปอร์เบรก 4 สูบจาก Alcon พร้อมประทับตรา GSE ทั้งยังมีโลโก้ GSE ที่ชายล่างประตูคู่หน้าด้วย

 

ห้องโดยสารของ Opel Corsa GSE ให้กลิ่นอายย้อนยุคด้วยเบาะทรงสปอร์ต ลายสก็อต 3 สี ดำ – เทา – เหลือง เพิ่มความสปอร์ตด้วยการนำวัสดุ Alcantara มาหุ้มเบาะ, พวงมาลัย และ แผงประตู ตัดด้วยตะเข็บด้ายและเข็มขัดนิรภัยสีเหลือง เพิ่มความพิเศษด้วยโลโก้ GSE สีเงินบนแดชบอร์ด ปิดท้ายด้วยแป้นเหยียบอะลูมิเนียม ส่วนระบบแสดงผลมีหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว และ มาตรวัดดิจิตอล ที่แสดงค่าเฉพาะรุ่นของ GSE ซึ่งเน้นเรื่องสมรรถนะรวมไปถึงแรง G-Force, อัตราเร่ง และ การบริหารข้อมูลแบตเตอรี่

Opel Corsa GSE ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า EV ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 281 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 345 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.5 วินาที นับเป็นรถยนต์ Production จาก Opel ที่ทำอัตราเร่งได้ไวที่สุด ทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบ lithium-ion ขนาด 54 kWh ด้านรูปแบบการขับขี่มีด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

  • Eco จำกัดพละกำลัง ตอบสนองแบบเน้นความประหยัด ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • Normal จำกัดพละกำลังเหลือ 231 แรงม้า ตอบสนองแบบสปอร์ต ทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • Sport ปลดล็อคพละกำลังสูงสุด พร้อมรองรับคำสั่งปรับแต่งการทำงานของระบบขับขี่ ‘racetrack’

Opel Corsa GSE ยังติดตั้ง Torsen-multi-plate limited-slip differential พร้อมแชสซีส์ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษให้เตี้ยลง เสริมด้วยกันโครง, เพลาขับ และ โช๊คอัพแบบไฮดรอลิค พร้อมด้วยพวงมาลัยและคันเร่ง ที่ผ่านการปรับแต่งเฉพาะรุ่น ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มีกล้องมองหลัง 180 องศา ด้านประโยชน์ใช้สอยมีระบบ V2L จ่ายไฟฟ้าจากภายในรถ ซึ่งกำลังไฟสูงพอที่ใช้ชาร์จ e-bike ได้

 

ที่มา: Stellantis