ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างรายงานผลประกอบการระหว่างกรกฎาคม – กันยายน รวมถึง Toyota และ Tesla ซึ่ง Nikkei Asia ได้นำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันแล้วพบว่าในช่วงเวลาเดียวกัน Toyota มียอดขายสูงกว่า Tesla ถึง 7.6 คัน แต่เมื่อนำมาคำนวณผลกำไรต่อหน่วยพบว่า Tesla มีตัวเลขสูงกว่า Toyota ถึง 8 เท่า อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นมีผลกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่า

Toyota รายงานผลกำไรสุทธิของไตรมาสที่ 3 ปี 2022 ที่ 3,150 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 113,000 ล้านบาท) ส่วน Tesla รายงานว่ามีกำไรสุทธิ 3,290 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 118,000 ล้านบาท) เมื่อมาคำนวณเปรียบเทียบกับยอดขายพบว่า กำไรต่อหน่วยโดยเฉลี่ยของ Toyota อยู่ที่ประมาณ 1,200 ดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 43,000 บาท) ส่วนของ Tesla มีตัวเลขประมาณ 9,570 ดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 343,000 บาท)

 

ทั้งนี้ ผลกำไรจากการดำเนินงานของ Toyota อยู่ที่ 4,080 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 146,000 ล้านบาท) ด้าน Tesla อยู่ที่ 3,690 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 132,000 ล้านบาท) ตัวเลขเหล่านี้นำไปสู่การวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ โดยปัจจัยลบของ Toyota คือต้นทุนสูงขึ้นจากราคาวัสดุและพลังงาน ทั้งยังมีผลกระทบจากการปิดโรงงาน Toyota ในรัสเซียอีกด้วย

ส่วนปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ Tesla กลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่น่าจะมีกำไรต่อหน่วยสูงที่สุดนั้น มีทั้งเรื่องยอดผลิตที่มากขึ้น จนยอดขายเพิ่มขึ้นตาม, การลดต้นทุนการผลิตด้วยเครื่องจักรหล่อฉีด Giga-Press, การขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์, ยอดขาย software ระบบขับขี่อัตโนมัติสูงขึ้น และการขายรถยนต์โดยตรงถึงผู้บริโภค ไม่ผ่านผู้แทนจำหน่าย

 

ที่มา: teslarati, carscoops