ผู้ผลิตรถยนต์นอกประเทศจีนได้โบกมืออำลาตลาดแดนมังกรไปอีกรายกับ Skoda หลัง reuters ได้รายงานในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมอ้างอิงแถลงการณ์จากบริษัทว่า ‘บริษัทฯ จะยังคงจำหน่าย Skoda ต่อไปในประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือของคู่ค้าท้องถิ่นจนถึงกลางปี 2026’ ในส่วนของบริการหลังการขายจะยังคงให้บริการต่อไปกับลูกค้า แม้ฝ่ายขายจะยุติการดำเนินงานไปแล้วก็ตามที
สาเหตุที่ทำให้ Skoda ไม่ได้ไปต่อในประเทศจีน คาดการณ์ว่าเกิดจากการปรับตัวไม่ทัน ตามตลาดที่เปลี่ยนถ่ายสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ประกอบกับแบรนด์ท้องถิ่นได้เติบโตขึ้นไวและแกร่งขึ้นมาก จนสามารถแย่งส่วนแบ่งในตลาดไปได้ แม้ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จะยังมีรายงานว่า Skoda คิดนำเทคโนโลยี PHEV ของ SAIC มาใช้กับรถยนต์ของตนรุ่นที่ออกจำหน่ายในประเทศจีน
สำหรับประวัติโดยสังเขปของ Skoda ที่จีนเริ่มต้นขึ้นในปี 2005 ซึ่งเป็นปีที่เข้าไปทำตลาดที่นั่นภายใต้ความร่วมมือของ SAIC ตามมาด้วยการเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในปี 2006 พร้อมเริ่มต้นการผลิตรถยนต์ในประเทศจีนเป็นครั้งแรกกับ Octavia ในปี 2007 โดยวางตำแหน่งไว้เป็น ‘รถยนต์เยอรมันที่เข้าถึงได้’ พร้อมมอบประสบการณ์ที่ได้จากรถยนต์ราคาสูงให้ และได้รับความนิยมอย่างมากจนยอดขายทะลุปีละ 300,000 คัน ในปี 2016 – 2018 โดยยอดที่สูงที่สุดอยู่ในปี 2006 กับตัวเลข 341,000 คัน
ในยุครุ่งเรือง Skoda มีโชว์รูมกว่า 500 แห่งในประเทศจีน ทั้งยังมีตลาดดังกล่าวเป็นตลาดระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของ Skoda แต่หลังจากนั้น ยอดขายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องจนในปี 2025 กลับมียอดขายสะสมทั้งปีเพียง 15,000 คัน หรือลดลงจากยุคทองถึง 95% และครองส่วนแบ่งในตลาดไม่ถึง 0.1% โชว์รูมที่ยังเหลืออยู่ไม่มาก จึงถูกบอกเลิกสัญญา ส่วนที่ยังเหลืออยู่ถูกควบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโชว์รูม SAIC Volkswagen และกำลังจะหายไปทั้งหมด ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว
ที่มา: carnewschina, cnevpost
