ระบบเบรกของรถยนต์ในปัจจุบันต้องรับมือกับ ความท้าทายที่สูงกว่าระบบเบรกในรถยนต์ยุคก่อน เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่ได้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีสมรรถนะสูงขึ้นมาก และมาพร้อมกับน้ำหนักตัวที่มากกว่า ทำให้ระบบเบรกต้องแบกภาระสูงขึ้น และมีโอกาสที่จะสมรรถนะลดลงจากความร้อนสะสม ซึ่งนั่นย่อมมีผลต่อความปลอดภัยที่ลดลง Tesla จึงเกิดแนวคิดที่จะลดความเสี่ยงดังกล่าว พร้อมนำไปจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย
Tesla ได้ยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีระบบนี้กับ U.S. Patent and Trademark Office ในปี 2023 แต่พึ่งจะได้รับการอนุมัติในเดือนที่ผ่านมา ส่วนการทำงานของระบบ จะตรวจสอบอุณหภูมิและสภาวะของระบบเบรกในรถยนต์ในเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาคำนวณว่าระบบสามารถลดความเร็วลง จนรถหยุดได้ในระยะปลอดภัย จากความเร็วสูงสุดเท่าใด และตัวเลขที่ได้จากสมการนี้ จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการควบคุมความเร็วสูงสุดโดยอัตโนมัติต่อไป
แม้จะไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยอื่น แต่คาดว่า Tesla อาจนำปัจจัยภายนอกรวมไปถึงองศาของพื้นถนน เพราะการขับขี่ขึ้นลงเขา ย่อมสร้างภาระให้กับระบบเบรกสูงกว่าการขับขี่บนถนนเรียบ ส่วนผลประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้แน่นอนว่านอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน Tesla และผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นแล้ว ยังช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดกับระบบเบรก จนต้องซ่อมแซมชุดใหญ่ด้วย ซึ่งนำไปสู่ค่าซ่อมแซมที่ถูกลงนั่นเอง
มีการวิเคราะห์ด้วยว่า เทคโนโลยีนี้ยังใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับบริษัทรถยนต์ด้วย เพราะระบบนี้จะทำให้ผู้ผลิตไม่ต้องติดตั้ง ชิ้นส่วนระบบเบรกขนาดใหญ่เผื่อมาให้อีกต่อไป และเปลี่ยนไปใช้ชิ้นส่วนระบบเบรกที่มีขนาดเล็กลง ซึ่งหมายถึงราคาที่ถูกลงด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจากทาง Tesla ในเรื่องเทคโนโลยีดังกล่าวว่าจะนำมาผลิตจริงหรือไม่ และต่อให้ทำขึ้นมาจริง จะถูกใจผู้ขับขี่ที่เท้าขวาหนักกว่าปกติหรือไม่
ที่มา: carbuzz
