แม้จุดเริ่มต้นของคำศัพท์ Autopilot จะมาจากวงการเครื่องบิน แต่ต้องยอมรับว่าผู้ที่ทำให้คำดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายคือ Tesla ซึ่งนำคำนี้มาใช้เรียกระบบขับขี่อัตโนมัติในรถยนต์ไฟฟ้าของตน นับตั้งแต่ปี 2015 พร้อมกับมีคำโปรยว่า ‘มีความสามารถในการขับขี่ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์’ และ ‘ระบบผ่านการออกแบบมาให้ขับขี่ได้ด้วยตัวเอง ทั้งทางใกล้และทางไกล โดยที่ไม่ต้องมีมนุษย์อยู่บนเบาะผู้ขับขี่’ แม้อันที่จริงแล้ว ระบบยังไม่สามารถทำได้ขนาดนั้น
ทางการของสหรัฐฯ อย่างกรมขนส่งของ California หรือ California Department of Motor Vehicles (DMV) จึงถือว่าข้อความดังกล่าวเป็นการโฆษณาเกินจริง พร้อมกับแจ้งให้ Tesla รับทราบในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การทำตลาดด้วยวิธีดังกล่าวถือเป็นการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และละเมิดกฎหมายของรัฐ พร้อมกับสั่งห้ามมิให้ Tesla ใช้คำว่า Autopilot ในการทำตลาดบนสื่อใดก็ตามอีกต่อไป มิฉะนั้น จะพักใบอนุญาตการผลิตและจำหน่ายของ Tesla ในพื้นที่ California เป็นเวลา 30 วัน
Tesla จึงยอมเปลี่ยนนิยามระบบขับขี่อัตโนมัติของตนเองจาก ‘Full Self-Driving’ ที่คุ้นชินไปเป็น ‘Full Self-Driving (Supervised)’ หรือ ‘ระบบขับขี่ด้วยตัวเองเต็มรูปแบบ ภายใต้การควบคุม (ของผู้ขับขี่)’ ส่วน Autopilot เปลี่ยนใหม่เป็น ‘Traffic Aware Cruise Control’ หรือ ระบบล็อคความเร็วอัตโนมัติ แบบตรวจจับสภาพการจราจรได้ ซึ่งแม้คำสั่งของ DMV จะมีผลบังคับเฉพาะในพื้นที่ของ California เท่านั้น แต่ Tesla ได้ปรับแนวทางการสื่อสารทั้งหมดทั่วทั้งสหรัฐฯ รวมไปถึงประเทศอื่นด้วย
นิยามใหม่ของระบบขับขี่อัตโนมัติจาก Tesla ทั้ง ‘Full Self-Driving (Supervised)’ และ ‘Traffic Aware Cruise Control’ จึงปรากฏขึ้นบน website อย่างเป็นทางการของ Tesla เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแม้จะฟังดูไม่ติดหู แต่ถือว่าใกล้เคียงกับความสามารถของระบบมากกว่า ส่วน Elon Musk ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Tesla ที่มักล้อเล่นกับระบบยังดูยอมรับสภาพ โดยได้มีการโพสต์ผ่านบัญชี X ของ Musk ว่า ‘Try Tesla self-driving, it’s awesome’ หรือ ‘ลองระบบขับขี่อัตโนมัติของ Tesla ซิ มันเยี่ยมมากเลย’
ที่มา: carbuzz, caranddriver
