VinFast ประกาศในปี 2022 ว่าจะตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ใน North Carolina ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,450 ไร่ และมีพิธีฉลองเริ่มการก่อสร้างในปี 2023 พร้อมตั้งเป้าเริ่มดำเนินผลิตรถยนต์ในปี 2024 ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี และก่อให้เกิดอัตราการจ้างงานสูงสุด 7,500 ตำแหน่ง ส่วนมูลค่าการลงทุนมีการประเมินเอาไว้ 3,000 ล้าน USD (ราว 98,000 ล้านบาท) ทั้งยังได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐมูลค่า 80 ล้าน USD (ราว 2,600 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการตั้งโรงงาน
อย่างไรก็ตาม VinFast กลับไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้ โดยมีการประกาศเลื่อนกำหนดการเริ่มผลิตออกไปเรื่อยๆ จากปี 2025 และล่าสุดไปอยู่ที่ปี 2028 โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาการดำเนินงาน ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินการต่อไป แต่ดูเหมือนว่าทางการจะไม่ทนรออีกต่อไปเพราะภาครัฐของ North Carolina ได้ยื่นฟ้อง VinFast กับศาลแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในคำฟ้องระบุว่า ‘VinFast ละเมิดข้อตกลงกับรัฐในเรื่องการก่อตั้ง โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ใน Chatham County ทั้งยังตกลงจะสร้างงานให้กับพลเมืองในท้องที่ด้วย แต่กลับไม่ได้ดำเนินงานอะไรเลย และเพื่อเป็นการปกป้องประชาชนที่จ่ายภาษี จึงต้องมีการหาหนทางสร้างงานให้เกิดขึ้น จากโครงการบนพื้นที่ผืนนี้ให้ได้’ ซึ่งนั่นหมายความว่าภาครัฐไม่ได้ฟ้องร้องเรียกเงินอุดหนุนคืนจาก VinFast เท่านั้น แต่หมายที่จะยึดพื้นที่ดังกล่าวกลับมา เพื่อนำไปให้ผู้ประกอบการรายอื่นที่พร้อมลงทุน เข้ามาดำเนินธุรกิจแทน
ด้าน VinFast ระบุว่ายังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ จากภาครัฐในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่า ‘มีการเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเริ่มการก่อสร้างในอนาคตอันใกล้ ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการที่วางแผนเอาไว้’ ประเด็นนี้ยังส่งผลให้หุ้นของ VinFast ในเวียดนามมีมูลค่าลดลง 3.5% ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อนั้น ถ้าให้คาดการณ์จากสถานการณ์ของค่าย คงกล่าวได้ว่าดูจะไม่สดใสเท่าใดนัก
