ทุกปี Volvo Cars ต้องใช้บริการเรือขนคอนเทนเนอร์หลายหมื่นเที่ยว เพื่อใช้ขนส่งรถยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ข้ามประเทศ ซึ่งนั่นก่อให้เกิดมลพิษมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต่อไปนี้มลพิษจากกระบวนการดังกล่าวจะลดลง เนื่องจาก Volvo Cars ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่งคู่ค้า เพื่อเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้

เชื้อเพลิงที่นำกลับมาใช้ใหม่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Fatty Acid Methyl Esters (FAME) และมีต้นกำเนิดหลักจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งการใช้เชื้อเพลิง FAME ในการขนส่งที่เกี่ยวข้องของกิจการ Volvo Cars จะช่วยลดอัตราการปล่อยมลพิษ CO2 ลงถึง 84% คิดเป็น 55,000 ตัน หรือเทียบเท่ากับรถบรรทุกวิ่งรอบโลกราว 1,200 รอบ เมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือโดยเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบเดิม

 

สำหรับผู้ให้บริการขนส่งทางเรือที่ให้ความร่วมมือกับ Volvo Cars ประกอบด้วย Maersk, Kuehne+Nagel และ DB Schenker โดยมีผลในการเปลี่ยนเชื้อเพลิงสำหรับการเดินเรือขนส่งให้กับ Volvo Cars นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2023 สำหรับเส้นทางเดินเรือที่ต้องใช้เชื้อเพลิงดังกล่าว ครอบคลุมการขนส่งชื้นส่วนเพื่อการผลิตรถยนต์ในโรงงานของสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงการกระจายชิ้นส่วนทดแทนทั่วโลก

นอกจากนั้น ยังมีมาตรการรองรับในการจัดหาเชื้อเพลิง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมชดเชย ในกรณีที่เชื้อเพลิงไม่เพียงพอในเที่ยวเรือใดๆ Volvo Cars เปิดเผยด้วยว่าบริษัทตั้งเป้าลด carbon footprint ลงให้ได้ 40% ระหว่างปี 2018 – 2025 ส่งผลให้ต้องลงมลพิษจากกระบวนการขนส่งลง 25% เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการผลิต ไปพร้อมการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในปี 2025

 

ที่มา: Volvo