ราคาอย่างเป็นทางการ Ford EVEREST MY2026
- Everest Active 2.0 Turbo 10AT 4×2 : 1,299,000 บาท*
- Everest Sport 2.0 Turbo 10AT 4×2 : 1,599,000 บาท
- Everest Sport 2.0 Turbo 10AT 4×4 : 1,669,000 บาท
- Everest Platinum 2.0 Turbo 10AT 4×4 : 1,779,000 บาท
- Everest Platinum V6 3.0 Turbo 10AT 4×4 : 2,284,000 บาท
*ราคาพิเศษ จากราคาปกติ 1,379,000 บาท เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่าน Ford Leasing
มาพร้อมการรับประกันและบริการ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
- ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ปีแรก (เฉพาะบริษัทที่ร่วมรายการ)
ความเปลี่ยนแปลงของ Ford Everest MY2026 มีดังนี้
- ปรับไลน์อัพรุ่นย่อยใหม่
- ยกเลิกรุ่น Titanium+
- ยกเลิกรุ่น Trend
- เพิ่มรุ่น Active
- เพิ่มรุ่น Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4×4
- เพิ่มรุ่น Platinum เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Turbo
- ยกเลิก เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo
- ปรับปรุง เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Turbo
- เปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง (Belt) เป็นโซ่ (Timing Chain)
- ปรับปรุงระบบหัวฉีดใหม่
- จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ (เดิม 6 จังหวะ)
- เพิ่ม สีตัวถังใหม่
- สีเทา Command Grey (เฉพาะรุ่น Sport)
- สีเขียว Acacia Green (เฉพาะรุ่น Platinum)
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
Engine & Drivetrain
ดีเซล 2.0 ลิตร Turbo
เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ หรือ 170 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายที่ล้อคู่หลัง Electronic Locking Rear Differential รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด Biodiesel B20
ดีเซล V6 3.0 ลิตร Turbo
เครื่องยนต์ดีเซล V6 (60 องศา) DOHC 24 วาล์ว 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 84.0 x 90.0 มิลลิเมตร (Power Stroke) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection ผ่านราง Common-rail กำลังอัด 16.0 : 1 ลำดับการจุดระเบิด : 1 – 4 – 2 – 5 – 3 – 6 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 184 กิโลวัตต์ หรือ 250 แรงม้า (PS) ที่ 3,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,250 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ แบบ e-Shifter ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time 4A พร้อมระบบ Active Centre Differential และระบบล็อกเฟืองท้ายที่ล้อคู่หลัง Electronic Locking Rear Differential รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด Biodiesel B20
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง 4×2 มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ดังนี้
- Normal
- Eco
- Tow/Haul
- Slippery
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 4×4 มีโหมดการขับขี่ พร้อม Terrain Management System ให้เลือก 6 โหมด ดังนี้
- Normal
- Eco
- Tow/Haul
- Slippery
- Mud/Ruts
- Sand


เทียบสเป็คและอุปกรณ์ Ford Everest MY2026 แต่ละรุ่นย่อย
Ford Everest Active 2.0 10AT 4×2
มีอุปกรณ์มาตรฐาน ดังนี้
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 Turbo 170 แรงม้า 405 นิวตันเมตร
- ระบบบำบัดไอเสียด้วย DPF/Adblue
- เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
- เฟืองท้ายแบบมาตรฐาน Standard Differential
- ช่วงล่างหน้า อิสระปีกนกคู่ Double Wishbone
- ช่วงล่างหลัง Watt’s Link
- พวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า Electronic Power Assisted
- ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
- ยาง 255/65 R18
- ล้ออะไหล่แบบกระทะเหล็ก 17 นิ้ว
- ไฟหน้า LED Multi-reflector
- ระบบเปิด – ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ C-Clamp LED
- ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED
- ระบบปัดนำ้ฝนอัตโนมัติ Rain Sensing Wipers
- กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
- กระจกมองข้างสีดำ
- มือจับประตูภายนอกสีดำ
- บันไดข้างสีดำ
- ราวหลังคาสีดำ
- สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สีดำ
- เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะนั่งคนผู้โดยสารด้านหน้า ปรับได้ 4 ทิศทาง
- เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับและพับ 60 : 40
- เบาะนั่งแถวที่ 2 เลื่อนหน้า – หลัง 60 : 40
- เบาะนั่งแถวที่ 3 พับได้ 50 : 50
- ระบบกุญแจ Keyless Entry
- ระบบ Central Lock
- ปุ่ม Push Start
- กระจกหน้าต่างเปิด – ปิดด้วยไฟฟ้า One Touch คู่หน้า
- พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง
- ชุดมาตรวัดแบบหน้าจอสี TFT ขนาด 8 นิ้ว
- ม่านบังแดดด้านหน้าแบบปรับระยะได้ (Slide on Rod)
- ม่านบังแดดด้านหน้า พร้อมไฟส่องสว่าง และกระจก
- เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone
- ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสาร แถว 2 และ 3
- ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในรถ
- ช่องเก็บแว่นตา
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Multi-Touch Screen ขนาด 12 นิ้ว
- กล้องมองภาพด้านหลัง
- ระบบเสียงมาตรฐาน พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง
- ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย
- ระบบเชื่อมต่อ Android Auto
- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
- ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A รองรับภาษาไทย
- แอปพลิเคชั่นเชื่อมต่อ Ford App Connect
- ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger
- ช่องชาร์จและเชื่อมต่อ USB Port 2 ตำแหน่ง
- ช่องชาร์จไฟ้า Power Outlet 12V 3 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัย Airbags 7 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับ
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- ม่านถุงลมนิรภัย
- ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Emergency Brake Lights
- เบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake พร้อม Auto Hold
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
- ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA
- ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM
- จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
- สัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจนิรภัย
- คานเหล็กนิรภัย ด้านข้าง และกระจกบังลมหน้าแบบอัดชั้นนิรภัย
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
- ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam Headlamps
- ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning with Brake Support
- ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน Post-Impact Braking
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keep Assist
Ford Everest Sport 2.0 10AT 4×2
มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากรุ่น Active 2.0 10AT 4×2 ดังนี้
- ล้ออัลลอย 20 นิ้ว
- ยาง 255/55 R20
- ไฟท้ายแบบ LED Signature
- ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ Puddle Lamps
- ไฟส่องสว่างรอบคันแบบแบ่งเปิด – ปิดแยกโซน Zone Lighting
- ฝาท้ายเปิด – ปิดด้วยไฟฟ้า Power Liftgate
- มือจับประตูภายนอกสีดำเงา Glossy Black
- กระจกมองข้างสีดำเงา Glossy Black
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง และหนังสังเคราะห์สีทูโทน ดำ – เทา
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
- ช่องจ่ายไฟแบบ USB ที่กระจกมองหลัง
- ช่องจ่ายไฟแบบ USB สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2
- ช่องจ่ายไฟ 230V
- ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go
- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Centering
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning
- ระบบตรวจจับรถในจุดบอด Blind Spot Information System
- ระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด Cross-Traffic Alert and Braking
- ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist
- ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist

Ford Everest Sport 2.0 10AT 4×4
มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากรุ่น Sport 2.0 10AT 4×2 ดังนี้
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD
- ระบบล็อกเฟืองท้ายที่ล้อคู่หลัง Electronic Locking Rear Differential
- โหมดการขับขี่ พื้นโคลน/ร่อง Mud/Ruts
- โหมดการขับขี่ พื้นทราย Sand
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC

Ford Everest Platinum 2.0 10AT 4×4
มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากรุ่น Sport 2.0 10AT 4×4 ดังนี้
- ไฟหน้าแบบ Matrix LED
- ไฟหน้าพร้อมระบบปรับลำแสงอัตโนมัติ Adaptive Front lighting System
- ระบบไฟสูงอัตโนมัติ แบบป้องกันการแยงตา Adaptive Glare-Free
- ราวหลังคาแบบยกสูง
- บันไดข้างสีเงิน Silver Matte
- มือจับประตูภายนอกสีเดียวกับตัวรถ
- กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
- ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ลายเฉพาะรุ่น Platinum
- หน้าจอชุดมาตรวัดแบบสี TFT ขนาด 12.4 นิ้ว
- เบาะนั่งคู่หน้า ตกแต่งด้วยโลโก้ Platinum
- เบาะนั่งแถวที่ 3 พับด้วยไฟฟ้า
- ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Lighting
- กระจกหน้าต่างเปิด – ปิดด้วยไฟฟ้า One Touch ทุกบาน
- ระบบตรวจเช็คลมยาง (Tire Pressure Monitoring System)

Ford Everest Platinum V6 3.0 10AT 4×4
มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากรุ่น Platinum 2.0 10AT 4×4 ดังนี้
- เครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 Turbo 250 แรงม้า 600 นิวตันเมตร
- ระบบเฟืองท้ายกลาง Active Centre Differential
- โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ 4A
- ล้ออัลลอย 21 นิ้ว
- ยาง 275/45 R21
- ตัวอักษร P L A T I N U M บนฝากระโปรงหน้า
- หลังคาสีดำ Black Roof
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์ สีเทา Urban Grey
- เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 10 ทิศทาง
- เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบระบายอากาศ Ventilated Seat
- เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบหน่วยความจำ Memory Seat
- คันเกียร์แบบไฟฟ้า e-Shifter
- ระบบเสียง Bang & Olufsen ลำโพง 12 ตำแหน่ง
สีตัวถังภายนอก
Body Colors
รุ่น Active มีให้เลือก ดังนี้
- สีขาว Snow Flake White Pearl (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
- สีเงิน Aluminium Metallic
- สีดำ Absolute Black
- สีเทา Meteor Grey
รุ่น Sport มีให้เลือก ดังนี้
- สีขาว Snow Flake White Pearl (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
- สีเงิน Aluminium Metallic
- สีดำ Absolute Black
- สีเทา Command Grey (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
รุ่น Platinum มีให้เลือก ดังนี้
- สีขาว Snow Flake White Pearl (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
- สีดำ Absolute Black
- สีเทา Meteor Grey
- สีเขียว Acacia Green เพิ่มเงิน 15,000 บาท
แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่ Click Here
