วันที่ 4 กันยายน 2023 ณ งาน IAA Mobility Show 2023 ที่เมือง Munich เยอรมนี ทาง Renault ได้ทำการเปิดตัว All New Renault Scenic E-Tech ซึ่งนับเป็นการกลับมาของชื่อนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เลิกทำตลาดไปเมื่อปี 2022 มาคราวนี้ Renault Scenic ได้ถูกเปลี่ยนจากการเป็นรถ MPV ขนาดเล็ก ให้กลายมาเป็น Compact Crossover EV 100% ซึ่งใช้พื้นฐาน CMF-EV อันเป็นพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นมาในกลุ่มบริษัท และเป็นพื้นฐานเดียวกับของ Nissan Ariya

Renault เผยภาพรถ Scenic E-Tech ฉบับพรางตัว ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนี่จะนับเป็นรถยนต์ EV เจเนอเรชั่นใหม่ของ Renault รุ่นที่ 2 ถัดจาก Megane E-Tech ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2021

 

ขนาดและมิติตัวถัง
Dimension

  • ความยาว 4,470 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง  1,864 มิลลิเมตร
  • ความสูง  1,571 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ  2,785 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 1,842 กิโลกรัม
  • ความจุสัมภาระ 545 ลิตร

 

ดีไซน์ภายนอกนั้นโดดเด่นด้วยหน้ากระจังลาย Diamond ประกบข้างโลโก้ Renault แบบใหม่ที่ถูกทำให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น ตัวถังนั้นมีเหลี่ยมสันชัดเจน ไฟหน้าแบ่งออกเป็น 2 ระดับ บริเวณซุ้มล้อและชายล่างตกแต่งด้วยสีดำด้านสไตล์รถ Crossover ทั่วไป ส่วนไฟท้ายเป็นรูปทรงบูมเมอแรง เห็นได้ชัดว่าตัวถังนี้ไม่มีความโค้งมนอยู่ เพื่อเพิ่มความบึกบึนในงานดีไซน์ ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 หรือ 20 นิ้ว โดยขนาด 19 นิ้วเป็นแบบ ลวดลาย 2 รูดูแปลกตา และน่าจะถูกคำนึงเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์เข้ามา

Renault Scenic E-Tech ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญ โดยชิ้นส่วนตัวถังที่เป็นโลหะนั้นถูกเพิ่มปริมาณการรีไซเคิ้ล โดยเฉลี่ยแล้วสูงถึง 37% อีกทั้งขั้นตอนในการผลิตยังคำนึงถึงการนำเอาเศษเหลือใช้ในการปั้มตัวถังกลับเข้าสู่กระบวณการผลิตใหม่ ทั้งหมดก็เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

ในส่วนของภายในนั้น ก็มีความโดดเด่นด้วยการแบ่งแยกคอนโซลออกเป็นสองฝั่ง โดยฝั่งคนขับนั้นมีรูปทรงเหลี่ยมกว้าง ใช้สี่เหลี่ยมคางหมูเป็นรูปทรงหลักในการล้อมกรอบของหน้าปัดแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ตรงกลางมีหน้าจอระบบ Infotainment ขนาด 12 นิ้ว ที่อยู่ในกรอบคางหมูเช่นกัน และหันเข้าหาคนขับ ในส่วนของผู้โดยสารนั้นมีตะแกรงช่องแอร์แบบ 5 เหลี่ยมแบนยาว

ภายในห้องโดยสารนี้ใช้วัสดุรีไซเคิ้ลจำนวนมากเช่นกัน โดยพลาสติกนั้นถูกรีไซเคิ้ลจากวัสดุเหลือใช้ และในส่วนของวัสดุอื่น ๆ ก็มีการเพิ่มปริมาณวัสดุจากธรรมชาติที่สร้างใหม่ได้มากขึ้น แม้แต่วัสดุหุ้มเบาะเองก็ทำมาจากวัสดุรีไซเคิ้ล อีกทั้งยังมีการลดปริมาณโครเมี่ยม และไม่ใช้วัสดุหนังสัตว์โดยสิ้นเชิง

แม้แต่กระจกที่ใช้ในตัวรถเองก็ถูกสร้างจากวัสดุรีไซเคิ้ล โดยทาง Renault ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต Saint-Gobain ในการพัฒนาขั้นตอนการผลิตใหม่เพื่อให้สามารถสร้างกระจกที่ลดการใช้วัสดุใหม่หมดลงไปได้ถึง 50%

 

ระบบ Infotainment ของ Renault Scenic E-Tech ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ระบบ AI เข้ามาวิเคราะห์และเสริมประสบการณ์ให้แก่ผู้ขับขี่มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้นำเสนอการปรับสิ่งต่าง ๆ ภายในรถ เช่นระบบปรับอากาศ หรือระบบเพื่อความบันเทิง

นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญของ Renault Scenic E-Tech คือการที่ทาง Renault ได้เชิญนักประพันธ์เพลงชื่อดังอย่าง Jean-Michel Jarre เจ้าของอัลบั้มเพลงอิเล็กทรอนิคชื่อดังมากมาย ตัวอย่างเช่น Oxygene มาประพันธ์เสียงที่ใช้ภายในรถต่าง ๆ อาทิเช่นเสียงสำหรับเตือนคนเดินถนน หรือเสียงต้อนรับผู้โดยสารภายในรถ

 

ในด้านของขุมพลังนั้น ก็มีให้เลือกด้วยกัน 2 ระดับความแรง ตามขนาดของแบตเตอรี่

  • Standard Range 60kWh ใช้มอเตอร์พละกำลัง 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร วิ่งได้ 420 กิโลเมตรต่อชาร์จ (WLTP)
  • High Range 87kWh ใช้มอเตอร์พละกำลัง 210 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตัวเมตร วิ่งได้ 620 กิโลเมตรต่อชาร์จ (WLTP)

นอกจากนี้ Renault ยังได้ระบุว่า พวกเขาเป็นบริษัทแรกที่ออกแบบและใช้งาน Ecosystem ของ Battery ภายในบริษัท เพื่อให้มีการรีไซเคิ้ลแร่ที่ใช้ในการผลิตกลับมาเป็นแบตเตอรี่ของรถรุ่นอื่น ๆ ในอนาคตต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Renault Scenic E-Tech จะวางจำหน่ายในตลาดยุโรป ภายในต้นปี 2024

ที่มา : Renault


2024 Renault Scenic E-Tech แฝดคนละฝาของ Nissan Ariya เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กันยายน 2023 นี้