Toyota เดินหน้าพัฒนารถกระบะโครงสร้าง Monocoque อย่างต่อเนื่อง หลังจากเคยเผยโฉม Toyota EPU Concept รถกระบะไฟฟ้าต้นแบบครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023 เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของรถกระบะยุคใหม่ที่ผสานความอเนกประสงค์แบบ Pickup เข้ากับความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวันเช่นเดียวกับ SUV จนหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการเข้าสู่ตลาดรถกระบะ Monocoque ที่กำลังเติบโตในหลายประเทศทั่วโลก
แม้ Toyota จะยังไม่ยืนยันว่ารถกระบะรุ่นผลิตจริงจะมีความเกี่ยวข้องกับ EPU Concept มากน้อยเพียงใด แต่ล่าสุดดูเหมือนโครงการดังกล่าวจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อสื่อในประเทศบราซิลสามารถบันทึกภาพรถต้นแบบพรางตัวคันใหม่ระหว่างการทดสอบบนถนนสาธารณะในรัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิลได้เป็นครั้งแรก โดยคาดว่าเป็นรถกระบะ Monocoque รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ Corolla Cross เพื่อเข้ามาแข่งขันกับ Fiat Toro, Ram Rampage, Chevrolet Montana และ Ford Maverick ในตลาดอเมริกาใต้

รายงานจาก Paula Gama แห่ง UOL ระบุว่า รถกระบะรุ่นดังกล่าวจะใช้แพลตฟอร์ม TNGA ร่วมกับ Corolla และ Corolla Cross แต่ไม่ได้เป็นเพียงการนำตัวถัง SUV มาดัดแปลงเป็นรถกระบะเท่านั้น เนื่องจาก Toyota ได้พัฒนาตัวถังขึ้นใหม่ พร้อมเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและยืดระยะฐานล้อให้เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบ Pickup โดยเฉพาะ
แนวทางการพัฒนาจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถกระบะเป็นรถยนต์ประจำครอบครัวมากกว่ารถเพื่อการพาณิชย์ โดยอาศัยจุดเด่นด้านความนุ่มนวล ความเงียบ และความสะดวกสบายในการขับขี่แบบ SUV ซึ่งถือเป็นแนวทางเดียวกับที่ช่วยให้ Fiat Toro ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดบราซิลตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับขุมพลัง รุ่นเริ่มต้นมีแนวโน้มจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Dynamic Force Flex Fuel กำลังสูงสุด 176 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขณะที่ในอนาคตอาจมีรุ่น Plug-in Hybrid พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังแยกอิสระจากชุดขับเคลื่อนด้านหน้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและลดการสูญเสียกำลังในระบบส่งกำลัง
เบื้องต้น Toyota ยังไม่เปิดเผยกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่จากความคืบหน้าของรถต้นแบบที่เริ่มลงวิ่งทดสอบบนถนนจริงแล้ว คาดว่ารถกระบะ Monocoque รุ่นใหม่ของ Toyota น่าจะใกล้เข้าสู่ช่วงพัฒนาโค้งสุดท้าย และอาจกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของค่ายสำหรับตลาดอเมริกาใต้ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา : BlogAuto
